5 อุปกรณ์ที่นักศึกษาต้องมีเพื่อเปลี่ยนหอพักธรรมดาให้กลายเป็น “Smart Dorm”

Apr 21, 2019 | Lifestyle

ในบทความก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงอุปกรณ์และนวัตกรรมล้ำสมัยที่จะเข้ามาเปลี่ยนบ้านทั่วไปให้เป็น Smart Home เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น

และมีนักศึกษาที่อยู่หอพัก รวมไปถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์หลายคนที่สนใจที่จะนำคอนเซปต์นี้ไปประยุกต์ใช้กับที่พักอาศัยของตัวเอง แต่ก็มีปัญหาเรื่องพื้นที่ รูปแบบห้อง หรือเรื่องราคา

ดังนั้นครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำอุปกรณ์และนวัตกรรมเจ๋งๆ ที่จะเปลี่ยนจากห้องธรรมดาให้กลายเป็น “Smart Dorm” ในราคาที่ไม่แพง ติดตั้งง่าย และเหมาะสำหรับพื้นที่ใช้สอยที่มีไม่มาก

แต่ก่อนอื่น เราจะเริ่มด้วยการทำความเข้าใจกับคอนเซปต์ Smart Dorm ก่อนครับ

Smart Dorm คืออะไร เหมือนกับ Smart Home หรือเปล่า ?

ใช่ครับ จริงๆแล้วคอนเซปต์ของทั้งสองก็คือคอนเซปต์เดียวกันนี่แหละ เพียงแค่ Smart Dorm นั้นจะมีสเกลของขนาดและงบประมาณที่ลดลงเท่านั้น ซึ่งถ้าพูดถึงความหมายของ Smart Home มันก็คือการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาเชื่อมต่อกับเข้ากับอุปกรณ์ของใช้ภายในบ้าน ยกตัวอย่างเช่น

  • ระบบรักษาความปลอดภัย เช่น ที่ล็อคประตู กล้องวงจรปิดที่มีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว หรือระบบตรวจจับควัน
  • ความบันเทิง เช่น สั่งเปิด-ปิดเพลง โดยใช้เสียงสั่งการแทนรีโมทคอนโทรล
  • อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น สั่งการปิด-เปิดแอร์อัตโนมัติ ระบบสั่งการเปลี่ยนสีไฟภายในบ้าน หรือระบบสั่งการปิด-เปิดที่ฉีดน้ำในสนามหญ้า
  • บริหารพลังงาน เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิของแอร์ให้อยู่ในช่วงที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด

แต่พอมาเป็นรูปแบบ หอพัก อพาร์ทเม้นท์ หรือที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ใช้สอยไม่มาก แน่นอนว่าคุณก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับการรดน้ำที่สนามหญ้า การควบคุมอุณหภูมิของทั้งบ้าน หรือการเปิด-ปิดโรงรถ

ทำให้เทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่เข้ามาช่วยเหลือจะเน้นไปที่เรื่องการเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้น และความปลอดภัยเป็นหลัก โดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างของที่อยู่อาศัยมากมายแบบที่บ้านจำเป็นต้องทำ (เช่น การเดินสายไฟใหม่เพื่อให้รองรับอุปกรณ์ Smart Home) เพื่อให้นักศึกษา และผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ได้ใช้งานคอนเซปต์ Smart Dorm ง่ายที่สุด

แล้ว Smart Devices แบบไหนที่ตอบโจทย์นักศึกษาที่สุด ?

นอกจากเรื่องเรียนและเรื่องเวลาที่นักศึกษาต้องบริหารจัดการแล้ว ถ้าอยู่ที่หอพัก อีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญก็คือเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่แค่เพียงความปลอดภัยจากการก่ออาชญากรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยจากการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ อีกด้วย

เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่มักมีเวลาอยู่ที่ห้องน้อย และมีกิจกรรมอื่นๆต้องทำอยู่เสมอ เช่น ไปเรียน อ่านหนังสือ ทำงานพาร์ทไทม์ หรือสังสรรค์กับเพื่อนๆ ทำให้อาจเกิดอันตรายได้ในช่วงเวลาที่ไม่อยู่ ดังนั้นอุปกรณ์ที่เป็น Smart Devices สำหรับนักศึกษา นอกจากที่จะต้องเพิ่มความสะดวกสบายแล้ว มันก็ต้องเพิ่มความปลอดภัยได้ดีที่สุดนั่นเอง

5 อุปกรณ์ที่จะเปลี่ยนให้ห้องธรรมดากลายเป็น “Smart Dorm”

อ่านมาถึงตรงนี้ คิดว่าคงเข้าใจถึงคอนเซปต์ของมันแล้ว และเราก็ได้รวบรวม 5 อุปกรณ์ Smart Devices  พร้อมกับตัวอย่างสินค้าเจ๋งๆ ในแต่ละประเภทของอุปกรณ์ แต่ก็คงต้องบอกว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้นนั้นไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะทำให้ห้องของคุณกลายเป็น Smart Dorm ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น มันขึ้นก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดที่แตกต่างของแต่ละคนด้วย เช่น เรื่องราคา หรือ รูปแบบของห้อง

อย่างไรตาม ด้านล่างนี่จะเป็นไกด์เบื้องต้นที่ทำให้คุณเลือกใช้ Smart Devices เพื่อสร้าง Ecosystem ภายในหอพักได้อย่างครบวงจร

1. ปลั๊กไฟอัจฉริยะ (Smart Plug)

เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์ที่ถือเป็นพื้นฐานเลย นั่นก็คือปลั๊กไฟที่เป็นตัวกลางการส่งกระแสไฟฟ้าหรือเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ และเพื่อให้การเคลื่อนย้ายและการติดตั้งสะดวกที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟให้ยุ่งยาก เราจึงต้องใช้ Smart Plug ที่สามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในห้องได้อย่างฉานฉลาด

Geekbes Wi-Fi Plugs

The Geekbes smart plugs เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มต้นคอนเซปต์ Smart dorm ด้วยคุณสมบัติที่ค่อนข้างครบครันในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป

เครดิตรูปภาพ : geekbes.com

โดยมันสามารถเชื่อมต่อกับ Amazon Echo และ Google Home ได้ อีกทั้งยังทำงานบน Wireless ที่มีคลื่นความถี่อยู่ที่ 2.4 GHz ทำให้มันเป็นเหมือนตัวกลางที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smart devices อื่นๆ (เช่น โคมไฟอัจฉริยะ) และยังสามารถสั่งการเปิด-ปิด ได้ผ่านเสียง หรือระยะไกล ผ่านสมาร์ทโฟนได้เลย

นอกจากนี้มันก็ยังมีฟีเจอร์การตั้งเวลาเปิด-ปิดพลังงานอีกด้วย ในกรณีที่คุณต้องการให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น ทีวี พัดลม หรือเครื่องเสียง ที่เชื่อมต่อกับปลั๊กอยู่เปิด – ปิดได้อย่างอัตโนมัติและเป็นเวลา  

เครดิตรูปภาพ : newegg

อีกหนึ่งปลั๊กไฟอัจฉริยะที่สามารถสั่งการเปิด-ปิดได้ด้วยเสียง และสมาร์ทโฟน ด้วยการเชื่ิอมต่อกับ Google Home และ Alexa จุดเด่นของมันก็คือเรื่องความปลอดภัย โดยใช้วัสดุที่ทนทานต่อความร้อนสูง และมีระบบป้องกันไฟกระชาก (Surge Protector) ซึ่งอาจจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆที่เสียบอยู่ชำรุดได้

เครดิตรูปภาพ : newegg

นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดสำหรับแต่ละเต้ารับได้ ซึ่งเหมาะมากๆสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น หลอดไฟ หรือ กาต้มน้ำร้อน ที่ไม่ควรเสียบทิ้งไว้

2. แสงไฟอัจฉริยะ (Smart Lighting)

Smart Lighting นั้นกลายเป็นนวัตกรรมที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในพื้นที่อยู่อาศัยในช่วงที่ผ่านมา เพราะมันสามารถยกระดับเรื่องความปลอดภัย การลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และจุดเด่นเลยก็คือ ช่วยลดการใช้พลังงาน ซึ่งมากถึง 80% เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบเดิม แถมยังมีการใช้งานที่สะดวกมากขึ้นอีกด้วย

Geeni Wi-Fi LED Bulbs

เครดิตรูปภาพ : connectedcrib

หลอดไฟอัจฉริยะเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ง่ายที่สุดสำหรับการอัพเกรดไฟในห้องให้เป็น Smart lighting เพราะคุณสามารถติดตั้งได้ด้วยวิธีเดียวกับการเปลี่ยนหลอดไฟแบบเดิมเลย ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟหรือบนเพดาน

เจ้า Geeni Wi-Fi LED Bulbs นั้นสามารถควบคุมความสว่างได้ด้วยการสั่งการผ่านเสียง (Alexa หรือ Google Assistant) หรือแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมี Hub ซึ่งถ้ามีหลายดวง ก็สามารถปรับได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม

นอกจากนี้ถ้าเป็นรุ่น Geeni’s RGB Prisma bulb ก็มีฟังก์ชั่นพิเศษเพิ่มขึ้นมา คือฟังก์ชั่นการเลือกสีไฟ ซึ่งเหมาะมากๆ สำหรับใครที่ชอบจัดปาร์ตี้ หรือคนที่เบื่อกับไฟสีขาว

3. ลำโพงอัจฉริยะที่มาพร้อมกับระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Controller)

ถ้าพูดถึงระบบสั่งการด้วยเสียง หลายคนอาจจะนึกอุปกรณ์อย่าง Google Home หรือ Amazon Echo ที่มีคุณสมบัติอย่างกว้างขวาง เช่น เล่นเพลง จับเวลา แจ้งเตือนเรื่องสำคัญ หรือโทรศัพท์ แต่คุณสมบัติที่เจ๋งที่สุดของมันจะถูกปลดล็อคก็ต่อเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smart Devices อื่นๆ นั่นเอง

แต่อย่างที่รู้กันว่าอุปกรณ์เหล่านี้ค่อนข้างมีราคาแพง และอาจจะไม่คุ้มเมื่อนำมาใช้กับห้องพื้นที่ไม่มาก ถ้าเป็นนักศึกษา ตัวเลือกก็อาจจะเป็นอุปกรณ์ที่มีระบบสั่งการด้วยเสียงรุ่นอื่นๆ ที่เหมาะสมกว่า โดยไม่จำเป็นต้องอดข้าวเพื่อเก็บเงินซื้อรุ่นที่มีราคาแพง

Google Home Mini

เครดิตรูปภาพ : harveynorman.com

เรียกได้ว่าเป็นรุ่นเล็กของ Google Home เลยก็ว่าได้ ด้วยคุณสมบัติความสามารถที่คล้ายคลึงกับ Google Home เพียงแต่มีวัสดุและฟีเจอร์ที่อาจจะโดดเด่นน้อยกว่าเท่านั้น

เจ้า Google Home mini นอกจากที่จะทำหน้าที่เป็นลำโพงแล้ว มันก็ยังทำหน้าที่เป็น Hub ของ Smart devices ต่างๆ ภายในบ้านอีกด้วย ซึ่งเราสามารถสั่งการอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ผ่านการใช้เสียงสั่งการได้เลย เพียงแค่พูดคำว่า “Ok Google” หรือ “Hey,Google” และตามด้วยคำสั่ง

เครดิตรูปภาพ : thegadgetflow.com

โดยนอกจากนี้แล้วมันก็ยังสามารถทำตามคำสั่งอื่นๆ ที่ Google Assistant นั้นรองรับได้ เช่น เปิดเพลง เปิด Netflix เปิด Youtube หรือแม้แต่ค้นหาบางอย่างใน Google  

ซึ่งโดยรวม ทั้งเรื่องคุณสมบัติ ขนาด และราคา ถือว่าเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์มากๆ สำหรับนักศึกษาครับ

เครดิตรูปภาพ : amazon.com

หนึ่งในคู่แข่งของ Google Home mini นั่นก็คือ Amazon Echo Dot ลำโพงอัจฉริยะรุ่นเล็กที่พัฒนามาจากรุ่นหลัก Amazon Echo

ถ้าจะว่าไปแล้ว ในรุ่นเล็กนี้ก็มีคุณสมบัติและความสามารถที่ไม่แพ้รุ่นหลักเลยทีเดียว เพราะฟีเจอร์ต่างๆก็มีความคล้ายคลึงกันมาก นั่นคือการทำหน้าที่เป็นลำโพงพร้อมกับเป็นเลขาส่วนตัวของคุณ ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบ Voice A.I. จากค่าย Amazon อย่าง Alexa ที่นอกจากจะสามารถเชื่อมต่อและสั่งการกับ Smart Device ต่างๆ ภายในบ้านด้วยเครือข่าย Wi-Fi ได้แล้ว จุดเด่นของมันก็คือการเรียนรู้ Skill เพิ่มเติมได้ เช่น ทักษะการแปลภาษา

เครดิตรูปภาพ : androidcentral.com

ซึ่งในส่วนที่แตกต่างจากรุ่นหลักนั้นก็คงจะเป็นเรื่องน้ำหนัก และราคาที่ถูกกว่ามาก แต่ถ้าถามว่าอะไรที่ Amazon Echo Dot ด้อยกว่ารุ่นหลัก ก็คงต้องตอบว่าเป็นเรื่องของคุณภาพเสียงจากลำโพงและตัววัสดุ

อย่างไรก็ตาม Amazon Echo Dot ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับนักศึกษา

ซึ่งในส่วนที่แตกต่างจากรุ่นหลักนั้นก็คงจะเป็นเรื่องน้ำหนัก และราคาที่ถูกกว่ามาก แต่ถ้าถามว่าอะไรที่ Amazon Echo Dot ด้อยกว่ารุ่นหลัก ก็คงต้องตอบว่าเป็นเรื่องของคุณภาพเสียงจากลำโพงและตัววัสดุ

อย่างไรก็ตาม Amazon Echo Dot ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับนักศึกษา

4. หุ่นยนต์ทำความสะอาดอัจฉริยะ  

ปัจจุบันหลายคนเริ่มมองหา Smart Device ที่จะเข้ามาช่วยพวกเขาจัดการปัญหาเรื่องการทำความสะอาด เพราะแน่นอนว่าการทำความสะอาดบ้านทั้งหลังก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร

ถ้าเป็นนักศึกษา ชีวิตในช่วงมหาวิทยาลัย คุณก็คงจะวุ่นวายไปกับการทำโปรเจคและกิจกรรมอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าคุณดันโชคร้ายเจอรูมเมทที่ทำห้องสกปรกอยู่บ่อยๆ การแบ่งเวลามาทำความสะอาดหลายชั่วโมงก็จะกลายเป็นเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดใจเลยทันที

นี่จึงเป็นสิ่งที่ Smart Devices อย่าง หุ่นยนต์ทำความสะอาดอัจฉริยะจะเข้ามาทำหน้าที่แทนครับ เพราะมันจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้มากสุดๆ

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างครบวงจร คือ กวาดพื้น ถูพื้น และถูพื้นอัตโนมัติ ในขณะที่คุณไม่อยู่ห้อง พร้อมกับแบตเตอร์รี่ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั้นก็มีความจุถึง 800 mAH ซึ่งน้อยกว่ามือถือสะอีก ช่วยให้บ้านสะอาดและประหยัดพลังงานได้มากขึ้น เพียงแค่กดปุ่มเดียว

โดยคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่นของมันนั้น คือขนาดที่กระทัดรัดพร้อมกับระบบการเดินทำความสะอาดอัติโนมัติที่แสนฉลาด คือหุ่นยนต์จะถ่ายรูปเป็นเฟรมๆและจดจำเป็นแผนที่ และจะใช้มันเป็นทางเส้นทางในการทำความสะอาดนั่นเอง

นอกจากนี้ ระดับเสียงการทำงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นยังอยู่แค่เพียง 50 db หรือเท่ากับเสียงพูดเท่านั้น ทำให้คุณมั่นใจได้ว่ามันจะไม่ส่งเสียงดังรบกวนห้องข้างๆอย่างแน่นอน

ด้วยราคาที่ถูก และความสามารถในการทำความสะอาดที่ครบวงจรแบบนี้ ถือว่าเหมาะสมมากๆ สำหรับคนที่อยู่ในช่วงวัยเรียน

แต่สำหรับนักศึกษาคนไหนที่ต้องการความไฮเทคมากกว่านี้ Autobot ก็มีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นอื่น อย่าง Strom Robot Vacuum หรือ Lazer Robot Vacuum ที่มีฟีเจอร์ที่โดดเด่นกว่า

โดยหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นเหล่านี้ สามารถสั่งการผ่านแอพพลิเคชั่นได้เลย พร้อมกับฟีเจอร์สุดล้ำอื่นๆ อย่างเช่น ระบบนำทางสุดอัจฉริยะ การกำหนดตารางการทำความสะอาด หรือ การสร้างกำแพงล่องหนเพื่อกั้นพื้นที่การทำงาน

5. ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart dorm Security)

อย่างที่ได้เกริ่นไปตอนต้นว่าเรื่องความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะที่แต่ละห้องในหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์นั้นก็ค่อนข้างง่ายที่จะเกิดโจรกรรม

แต่ก็โชคดีที่ปัจจุบันมีอุปกรณ์อัจฉริยะที่จะเข้ามาช่วยเรื่องนี้ เช่น กล้องวงจรปิดที่ทันสมัยขึ้น ที่มีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว หรือจะเป็นระบบล็อคการเปิดประตูที่ต้องใช้สิ่งที่แสดงตัวตนอย่างชัดเจนยืนยันเพื่อปลดล็อค

ซึ่งความเจ๋งของอุปกรณ์นี้คือการแจ้งเตือนไปที่สมาร์ทโฟนของคุณทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าสิ่งของมีค่าในหอพักของคุณจะไม่หายหรือถูกโขมยแน่นอนในช่วงเวลาที่ไม่อยู่

EZVIZ Mini 360 Plus Camera

เครดิตรูปภาพ : techhive

EZVIZ Mini 360 เป็นกล้องแสตนด์โอลนที่สะดวกมากๆต่อการติดตั้งในหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ โดยความละเอียดของกล้องนั้นอยู่ที่ 1080P และยังสามารถเชื่อมต่อกับ Google Assistant หรือ Alexa ได้อีกด้วย

เครดิตรูปภาพ : lelong.com

นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดขายของมันเลยก็คือ ตัวกล้องที่สามารถหมุนได้มากถึง 360 องศา พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวที่จะแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนเมื่อพบการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย

ถือว่าเป็นกล้องที่สะดวกมากๆ เพราะจะติดตั้งไว้ตรงไหนของห้องก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินสายให้ยุ่งยากเลย  

เครดิตรูปภาพ : candyhouse

เจ้า SeSame Smart Lock นั้นเป็นอุปกรณ์สมาร์ทล็อคที่จะทำงานควบคู่กับที่ล็อคประตูแบบ Deadbolt ในรูปแบบ Double lock ที่สามารถสั่งการล็อค-ปลดล็อคได้ผ่านสมาร์ทโฟน

โดยมันจะบันทึกการเข้าออกทุกครั้ง และยังสามารถแบ่งปันการเข้าถึงให้กับคนอื่นๆได้อีกด้วย ในกรณีที่คุณไม่อยู่บ้านแต่คนอื่น (เช่น รูมเมท หรือคนในครอบครัว)  ต้องการเข้าไปในห้อง

เครดิตรูปภาพ : candyhouse.co

มากไปกว่านั้นคือเรื่องของความปลอดภัย เจ้า Sesame Smart Lock นั้นมีระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงรหัสแบบ AES 256 Bit ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า จะไม่มีใครสามารถมาแฮ็กระบบเพื่อเข้าไปในห้องคุณได้เลย  

เปลี่ยนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

จะเห็นได้ว่า ถึงแม้จะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ หรือรูปแบบห้องที่มีความยากที่จะดัดแปลง แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ก็สามารถใช้คอนเซปต์ Smart Home ได้โดยไม่แตกต่างกับบ้านหลังใหญ่เลย

ที่สำคัญไปกว่านั้น สิ่งที่บทความนี้อยากให้คุณได้รับรู้ก็คือ บทบาทที่มีมากขึ้น รวมไปถึงคุณค่าและประโยชน์ของ Smart Devices เหล่านี้ที่เข้ามาจะช่วยยกระดับชีวิตของคุณให้ดีขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งทำให้คุณได้รับความสะดวกสบาย และสามารถดำเนินชีวิตได้คล่องตัวที่สุดนั่นเอง

Showroom & Autobot Care 198 โครงการ | ยูเซ็นเตอร์ 1 ห้อง A07-A08 ซอยจุฬา 48 | แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

CONTACT

Call:  02-2152-577

Line: @autobot

Email: autobot.main@gmail.com

Instagram: @autobot_vacuum

Facebook: robotmaker