ทำความสะอาดให้เร็วขึ้น! เคล็ดลับการทำความสะอาดบ้านให้เสร็จภายใน 30 นาที

Apr 17, 2019 | Lifestyle

สถิติได้เผยว่า ผู้คนใช้เวลาเฉลี่ย 1,140 วัน ในการทำความสะอาด (ต่อทั้งชีวิต) และเฉลี่ยออกมาเป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อวัน

คำถามคือ แล้วคุณจะทำอย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์เร่งด่วน เช่น เมื่อคุณต้องรีบออกไปทำงานให้ทัน หรือเมื่อมีแขกกำลังจะเข้ามาเยี่ยมอย่างกระทันหัน คุณคงไม่มีเวลาขนาดนั้นจริงไหมครับ ?

ดังนั้น ครั้งผมจึงนำเคล็บลับในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวมาฝากทุกคน หลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้ และเรียนรู้เคล็ดลับด้านล่าง ผมรับประกันได้เลยว่ามันจะทำให้การทำความสะอาดบ้านของคุณเสร็จรวดเร็วขึ้นแน่นอน

โดยผมจะไกด์วิธีการทำความสะอาดของทั้ง 4 ห้องหลักภายในบ้าน ซึ่งก็คือ ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว และห้องนั่งเล่น และจะใช้เเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น !!!

ถ้าพร้อมแล้ว ก็เริ่มกันเลยครับ

ก่อนเริ่มทำความสะอาด

ก่อนที่จะเริ่มทำความสะอาดในแต่ละห้อง คุณควรวางแผนและเตรียมตัวให้พร้อมก่อน เพราะมันถือเป็นเคล็ดลับหนึ่งที่ช่วยคุณประหยัดเวลาได้มากขึ้นนั่นเอง

กำหนดเวลาสำหรับแต่ละห้อง / พื้นที่

เครดิตรูปภาพ : unsplash

เนื่องจากเป้าหมายของเรานั้น คือการทำให้บ้านสะอาดภายในระยะเวลา 30 นาที เราจึงต้องวางแผนว่าแต่ละห้อง/พื้นที่ จะใช้เวลาเท่าไหร่ในการทำความสะอาด

(ปล. ผมตั้งเวลา 30 นาทีเป็นเวลาพื้นฐานเท่านั้น ทั้งนี้เวลาในการทำความสะอาดจะขึ้นอยู่กับขนาด รวมไปถึงความสกปรกและความเรียบร้อยของบ้าน คุณสามารถกำหนดเวลาที่คิดว่าเหมาะสมได้ ซึ่งอาจจะใช้เวลามากหรือน้อยกว่า 30 นาทีก็ได้ครับ)

แต่ก่อนอื่นเลย สิ่งที่เราต้องทำก็คือเรียงลำดับห้อง/พื้นที่ ห้องไหนทำความสะอาดก่อน หรือหลัง ซึ่งคุณสามารถจัดการมันได้อย่างอิสระ เช่น

  • เรียงลำดับตาม ห้องต้องใช้ด่วนที่สุด เช่น ห้องรับแขก (ห้องนั่งเล่น)
  • เรียงลำดับตาม ห้องที่มีการใช้งานบ่อยที่สุด เช่น ห้องครัว
  • เรียงลำดับตาม ห้องที่อาจจะมีสิ่งสกปรกเยอะที่สุด เช่น ห้องน้ำ
  • เรียงลำดับตาม แพทเทิร์น จากชั้นบนสุดมาล่างสุด และจากซ้ายไปขวา (เป็นแบบที่เร็วที่สุด)

หลังจากที่จัดลำดับห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาโชว์ทักษะการบริหารเวลาของคุณแล้วหละ เพราะคุณจะต้องกำหนดว่าแต่ละห้องใช้เวลาทำความสะอาดกี่นาที ก่อนที่จะจับเวลาเมื่อเริ่มต้นทำความสะอาด

โดยกำหนดเวลาจะช่วยให้ตัวคุณเองรู้ว่าจะต้องเริ่ม และสิ้นสุดเมื่อไหร่ รวมไปถึงสามารถกำหนดขอบเขตสำหรับแต่ละห้องได้ว่าต้องทำอะไรบ้าง กวาดพื้น ถูพื้น หรือ ดูดฝุ่น ซึ่งสิ่งสำคัญคือ คุณต้องเคารพและตรงต่อเวลาให้มากที่สุด

นำอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ใกล้ตัวคุณเสมอ

ถ้าคุณต้องเดินหาอุปกรณ์ทำความสะอาดที่กระจายไปทั่วทุกครั้งที่ต้องการใช้ คุณคงไม่สามารถทำความสะอาดเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดแน่ ดังนั้น ก่อนเริ่มต้นทำความสะอาดคุณจึงควรนำอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ มาเก็บไว้ใกล้ตัวที่สุดเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้

เครดิตรูปภาพ : brightside

โดยผมแนะนำให้นำอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ ใส่ไว้ในตะกร้าเพียงใบเดียว เพื่อที่คุณจะสามารถถือมันไปไหนมาไหนได้โดยไม่ลำบาก

และอุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นฐานที่ควรนำใส่ตะกร้าติดตัวไว้ก็มีดังนี้ :

  • ไม้ขนไก่
  • ผ้า 2 ผืน ( 1 ผืนไว้เช็ดสิ่งสกปรก อีก 1 ผืนไว้ทำให้สะอาด)
  • กระดาษเปียก
  • เสปรย์ทำความสะอาดเอนกประสงค์
  • แปรงขัด
  • ถุงขยะ
  • ตะกร้าเก็บผ้า
  • นาฬิกาจับเวลา (หรือจะใช้สมาร์ทโฟนแทนก็ได้)

แต่อย่ากังวลถ้าคุณมีอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ครบทุกชิ้น เพราะแต่ละครั้งที่ทำความสะอาด ตัวคุณเองที่จะรู้ดีที่สุดว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนจำเป็นต่อความสะอาด ให้เลือกชิ้นที่คุณมีอยู่และชิ้นที่ใช้เป็นประจำได้เลย

เลือกผู้ช่วยทำความสะอาดเพื่อทำให้คุณสามารถประหยัดเวลาได้มากขึ้น

คุณอาจจะวานให้คนในครอบครัว เช่น ลูก สามี หรือภรรยา ของคุณ มาช่วยทำความสะอาด เพราะแน่นอนว่าการมีผู้ช่วย พวกเขาจะสามารถแบ่งเบาภาระและทำให้ภารกิจของคุณเสร็จได้เร็วกว่าคุณทำคนเดียว

แต่ในกรณีที่สมาชิกของครอบครัวคุณไม่อยู่บ้าน หรือไม่สะดวกที่จะช่วยคุณทำความสะอาด คุณก็ควรมีนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าเจ๋งๆที่จะช่วยคุณประหยัดเวลาในการทำความสะอาดได้มากขึ้น อย่าง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่เป็นเหมือนผู้ช่วยที่จะลดขั้นตอนการดูดฝุ่นบนพื้น และทำให้งานของคุณเสร็จเร็วขึ้น
(ศึกษาข้อมูลและประโยชน์ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้)

นอกจากนี้ ถ้าเป็น หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจาก Autobot  มันจะช่วยลดขั้นตอนทำความสะอาดได้มากถึง 3 ขั้นตอน คือ ดูดฝุ่น กวาดพื้น และถูพื้น ซึ่งทำให้คุณประหยัดเวลาได้สุดๆ ไปเลย

ลองคิดว่าคุณต้องทำ 3 ขั้นตอนนี้เองสิครับ คุณจะใช้เวลามากเท่าไหร่ในการทำความสะอาดพื้นให้ครบทุกชั้นในบ้าน ผมคาดว่ารวมๆกันแล้ว อาจจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที – 1.30 ชั่วโมง และภาระกิจทำความสะอาดบ้านภายใน 30 นาที ของคุณก็คงไม่สำเร็จแน่

เริ่มต้นทำความสะอาด

เริ่มด้วยการเก็บสิ่งของที่รกรุงรังและจัดระเบียบ (5 นาที)  

ก่อนอื่นเลย คุณควรเก็บสิ่งของที่ไม่จำเป็นและรกรุงรัง รวมไปถึงจัดระเบียบให้สิ่งของต่างๆที่อยู่ในแต่ละห้อง มันจะทำให้บ้านของคุณดูมีระเบียบและง่ายต่อการทำความสะอาดมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

คุณสามารถทำได้อย่างง่ายดายด้วยการพกตะกร้าและถุงขยะติดตัวคุณไปด้วย หลังจากนั้นให้นำสิ่งของในห้องต่างๆ ที่อยู่ตามพื้นหรือมุมห้อง เช่น ของเล่นเด็ก หนังสือพิมพ์ หรือกล่องขนม แยกลงไปในภาชนะ โดยใส่สิ่งของที่ต้องนำไปทิ้งลงไปในถุงขยะ และสิ่งของที่ต้องนำมาจัดระเบียบใหม่ให้ใส่รวมลงไปในตะกร้า เพื่อรอนำมาจัดระเบียบในภายหลัง

เครดิตรูปภาพ : helensanderson.com

สิ่งสำคัญคือคุณต้องใช้ความรวดเร็วในการแยกสิ่งต่างๆ ห้ามใช้เวลาลังเลใจนาน ถ้าชิ้นไหนที่คุณไม่แน่ใจว่าควรทิ้งหรือไม่ ให้นำสิ่งนั้นแยกใส่ตระกร้าแล้วค่อยมาตัดสินใจภายหลัง เพราะอย่าลืมว่าการทำความสะอาดครั้งนี้เราเน้นความเร็วเป็นหลัก

และถ้าพอมีเวลาเหลือ ผมแนะนำให้นำถุงขยะตามห้องน้ำหรือห้องครัวไปทิ้งให้เรียบร้อย รวมทั้งล้างถังขยะเพื่อทำให้ทุกอย่างที่ยุ่งเยิงดูสะอาดและเป็นระเบียบ

ห้องน้ำ ( 7 นาที )

เครดิตรูปภาพ : pexels

คนส่วนใหญ่มักจะเลือกทำความสะอาดห้องน้ำเป็นที่แรก เพราะเป็นห้องที่คนในบ้านรวมถึงแขกที่มาเยี่ยมใช้งานอยู่บ่อยๆ และคงไม่มีใครอยากเข้าไปใช้งานในขณะที่ห้องน้ำเต็มไปด้วยฝุ่นที่เกาะตามของใช้ และคราบดำสกปรกที่อยู่ตามพื้น จริงไหมครับ?

โดยขั้นตอนการทำความสะอาดห้องน้ำหลักๆ จะมี 3 ขั้นตอน คือ  

  1. กำจัดเส้นผมตามพื้น และอ่างล้างหน้า : เริ่มด้วยการมองหาเส้นผมตามอ่างล้างหน้า/พื้นห้องน้ำ และกำจัดมันก่อน

  2. เช็ดทำความสะอาดตามเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของต่างๆในห้องน้ำ : หลังจากขั้นตอนแรก ให้เช็ดฝุ่นตามเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ด้วยผ้าเปียก และใช้เสปรย์ทำความสะอาดเอนกประสงค์ฉีดไปที่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น กระจก หรือเคาน์เตอร์ของล้างหน้า และให้ใช้ผ้าที่เปียกหมาดๆเช็ดทำความสะอาดตาม ในกรณีที่เป็นคราบมันหรือคราบฝังแน่น

  3. ล้างทำความสะอาดพื้นและโถสุขภัณฑ์ : ต่อมา ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ (ให้เลือกแบบที่ไม่กัดกร่อนพื้นผิวห้องน้ำและยาแนว) เทลงบนพื้นและโถสุขภัณฑ์ทิ้งไว้ประมาณ 10-20  นาที เพราะมันจะทำให้คราบฝังแน่นต่างๆ หลุดออกมาได้ง่ายและรวดเร็วเมื่อคุณกลับไปทำความสะอาด

ผมแนะนำให้เทน้ำยาทิ้งไว้ เพื่อไปทำความสะอาดห้องอื่นๆต่อ และกลับมาชำระล้างมันออกหลังจากเสร็จทุกห้องแล้วครับ

ห้องนั่งเล่น ( 7 นาที )

เครดิตรูปภาพ : pexels

ความสะอาดและเรียบร้อยของห้องนั่งเล่นนั้นจำเป็นอย่างมาก เมื่อต้องใช้เพื่อต้อนรับแขก หรือสมาชิกในครอบครัวที่กำลังกลับมาที่บ้าน โดยการทำความสะอาดห้องนั่งเล่นส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การจัดระเบียบให้กับสิ่งของ/เฟอร์นิเจอร์ และการกำจัดฝุ่น  ซึ่งถ้าคุณได้เก็บสิ่งของที่รกรุงรังและนำขยะไปทิ้งแล้วแบบที่ผมแนะนำ มันก็จะช่วยลดขั้นตอนในการทำความสะอาดลงไปได้เยอะเลยทีเดียวครับ

โดยขั้นตอนที่เหลือก็มีแค่ 3 ขั้นตอน คือ

  1. ปัดฝุ่นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ : เฟอร์นิเจอร์ เช่น โซฟามักเป็นพื้นที่สะสมของฝุ่นและไรฝุ่นขนาดเล็ก ที่ยากมากที่จะมองเห็น ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพคนภายในบ้าน ดังนั้นนอกจากที่จะจัดมันให้เป็นระเบียบแล้ว คุณควรกำจัดฝุ่นที่อยู่ในนั้นด้วย โดยการปัดฝุ่น และใช้ผ้าหมาดๆหรือถุงมือดันฝุ่นถูไปตามเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่อยู่ในห้องนั่งเล่นทั้งหมด

  2. กวาด ดูด และถู : การทำความสะอาดพื้นเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญสำหรับห้องนั่งเล่น เพราะสิ่งสกปรกหลากหลายประเภทสะสมอยู่ที่พื้น ไม่ว่าจะเป็น เศษเล็กๆน้อยๆ คราบต่างๆ รวมไปถึงฝุ่น ยิ่งไปกว่านั้นถ้าคุณเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ก็อาจจะมีขนสัตว์หรือเห็บหมัดอยู่ตามพื้น

    ซึ่งถ้าคุณยังไม่ได้ใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็ควรทำสามขั้นตอนนี้ให้ครบ คือ กวาดพื้น ถูพื้น และดูดฝุ่น แต่ถ้าคุณมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ก็สามารถสั่งการให้มันจัดการแทนผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้เลย ภายในไม่ถึง 1 นาที

  3. จัดสิ่งของ และเฟอร์นิเจอร์ให้เข้าที่ : หลังจากที่คุณทำความสะอาดทุกอย่างในห้องนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาต้องจัดทุกอย่างให้เข้าที่และเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิม เช่น หมอนบนโซฟา กางผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

 หลังจากทำทุกขั้นตอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมแนะนำให้ใช้เสปรย์ปรับอากาศฉีดรอบๆห้อง เพื่อสร้างบรรยากาศที่หน้าอยู่มากยิ่งขึ้น

ห้องครัว ( 6 นาที )

เครดิตรูปภาพ : pexels

พื้นที่ในการทำอาหาร แน่นอนว่ามันต้องมีคราบสกปรกจากเศษอาหารหรือเครื่องดื่มอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งทำให้ในการทำความสะอาด อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าห้องอื่น แต่การแยกออกมาเป็นขั้นตอนจะช่วยให้คุณเห็นภาพและจัดการมันได้รวดเร็วขึ้น

ในการทำความสะอาดห้องครัว หลักๆ นั้นมีทั้งหมด 3 ขั้นตอน คือ

1. ล้างจาน และของใช้ในครัวอื่นๆ : โดยปกติแล้ว คุณควรล้างจานหลังจากและของใช้ในครัว (เช่น กระทะ) ทันทีหลังจากใช้งานเสร็จ เพราะมันจะทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลามาล้างจานกองโต และคราบสกปรกที่ติดอยู่ก็จะออกได้ง่ายดายในช่วงที่มันยังไม่แห้งติด ทำให้ประหยัดเวลาและน้ำยาล้างจานมากขึ้น

2. ทำความสะอาดเตาอบและไมโครเวฟ : เตาอบและไมโครเวฟของคุณอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นในห้องครัว เพราะเศษอาหารจากการทำอาหารครั้งล่าสุด

สำหรับเตาอบ ให้เช็คดูก่อนว่ามีโหมดทำความสะอาดอัตโนมัติหรือไม่ เพราะมันจะช่วยประหยัดเวลาได้มากเลยทีเดียว แต่ถ้าไม่มี ให้ดึงปลั๊กออก นำไปแช่น้ำสบู่ และใช้ฟองน้ำทำความสะอาดได้เลย

สำหรับไมโครเวฟ ให้คุณนำน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่า หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเทลงไปใส่ชาม และใส่เข้าไปในไมโครเวฟ เปิดไมโครเวฟสักประมาณ 2-3 นาที หลังจากนั้นให้นำผ้าเช็ดคราบต่างๆ ออก

3. จัดของใช้ในครัวให้เรียบร้อย : เมื่อคุณทำงานใหญ่ๆ เสร็จหมดแล้ว ก็ใช้เวลาที่เหลือในการนำ ของใช้ต่างๆ เช่น จาน ชาม หรือกระทะ เก็บให้เข้าที่และเป็นระเบียบเรียบร้อย

ห้องนอน ( 3 นาที )

เครดิตรูปภาพ : unsplash

ถ้าได้เก็บของที่รกรุงรังในห้องนอนเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการทำความสะอาดในห้องนี้ก็จะเหลือเพียงไม่กี่ขั้นตอน ทำให้คุณสามารถใช้เวลาแค่ 2-3 ในการทำความสะอาดห้อง

และมีอยู่เพียง 2 ขั้นตอน คือ

  1. เก็บที่นอน : จริงๆ แล้วการเก็บที่นอนนั้นควรทำให้ติดเป็นนิสัยทุกครั้งหลังจากตื่นนอน ทั้งนี้เพื่อให้เตียงห้องดูเรียบร้อย ไม่ระเกะระกะ

     

  2. กวาด ดูด และถู : เพื่อการนอนที่มีคุณภาพที่สุด ห้องนอนก็ไม่ควรที่จะมีฝุ่นหรือสารก่อภูมิแพ้ใดๆเลย ดังนั้นการกวาดพื้น ถูพื้น และดูดฝุ่น จึงจำเป็นอย่างมาก 

และเช่นเดียวกันกับห้องนั่งเล่น เพื่อให้เสร็จทันเวลา คุณสามารถปล่อยหุ่นยนต์ดูดฝุ่นให้ทำงานแทนคุณได้เลย

ชำระล้างห้องน้ำ (2 นาที)

ในสองนาทีสุดท้ายคือการปิดจ๊อบ ด้วยการกลับมาชำระล้างพื้นและโถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่ได้ลงน้ำยาทำความสะอาดไว้ ถ้าคราบที่พื้นและโถสุขภัณฑ์ไม่ได้ฝังลึก คุณก็สามารถชำระล้างด้วยน้ำได้อย่างสบายๆ แต่ถ้ามีคราบที่ติดทนและล้างออกยาก คุณอาจจะต้องใช้แปรงหรือฟองน้ำช่วยขัดมันออก

ตารางทำความสะอาดบ้านใน 1 เดือน (โบนัสพิเศษ)

เครดิตรูปภาพ : todayscreativelife.com

ก่อนจากกันผมได้เตรียมตารางทำความสะอาดบ้านไว้เป็นโบนัสทิ้งท้าย เพื่อที่คุณจะสามารถจัดการกับเวลาในการทำความสะอาดได้ดีขึ้น และที่สำคัญทำให้บ้านสะอาดและน่าอยู่ยิ่งขึ้นครับ

ประจำวัน :

  • เก็บที่นอน
  • ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ในห้องครัว
  • ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ในห้องน้ำ
  • ล้างจานและของใช้ในครัว
  • กวาดพื้น,ถูพื้น และดูดฝุ่น
  • ซักเสื้อผ้า (ถ้าจำเป็น)

 

ประจำสัปดาห์ :

  • เปลี่ยนผ้าปูที่นอน
  • ทำความสะอาดห้องน้ำ (ทั้งหมด)
  • ทำความสะอาดห้องครัว (ทั้งหมด)
  • ซักหมอนและผ้าปูที่นอน

 

ประจำเดือน :

  • ทำความสะอาดฝุ่นตามไฟติดผนัง
  • ทำความสะอาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่น
  • ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น
  • ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์และของใช้ทั้งหมด

ท้ายที่สุด..

คุณคงไม่เคยคิดใช่ไหมหล่ะครับ ว่าเวลาแค่ 30 นาทีนั้นจะเพียงพอต่อการทำความสะอาดทั้ง 4 ห้องหลักภายในบ้าน แต่แน่นอนครับว่า ด้วยเคล็ดลับการกำหนดเวลาและขั้นตอนการทำความสะอาดที่เหมาะสมให้กับแต่ละห้องนั้น ทำให้คุณสามารถล่นระยะเวลาการทำงานบ้านให้เสร็จได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

รวมไปถึงผู้ช่วยในการทำความสะอาด  อย่าง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับหลากหลายขั้นตอนการทำคาวมสะอาด ถ้าสนใจสามารถคลิกที่ปุ่มที่อยู่ท้ายบทความ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของหุ่นนต์ดูดฝุ่นได้เลย

อย่างไรก็ตาม เคล็ดลับการทำความสะอาดภายใน 30 นาทีนี้ เป็นเพียงเทคนิคที่ควรนำไปใช้เมื่อเกิดสถานการณ์ที่เร่งด่วน หรือสถานการณ์ใดๆที่ทำให้คุณมีเวลาเพียงจำกัดเท่านั้น เพราะผลลัพธ์ที่ออกมานั้นอาจจะไม่ได้ทำให้บ้านของคุณสะอาดหมดจด 100 %

ดังนั้นเมื่อคุณมีเวลา คุณควรทำสะอาดให้ครบทุกพื้นที่ภายในบ้าน และจัด Big Cleaning Day ไว้อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพราะอย่าลืมว่า…

บ้านที่สะอาดจะนำพามาซึ่ง ความสุข และสุขภาพที่ดีของทุกคนภายในบ้าน

Showroom & Autobot Care 198 โครงการ | ยูเซ็นเตอร์ 1 ห้อง A07-A08 ซอยจุฬา 48 | แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

CONTACT

Call:  02-2152-577

Line: @autobot

Email: autobot.main@gmail.com

Instagram: @autobot_vacuum

Facebook: robotmaker