รู้จักกับ Alexa ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งการอุปกรณ์ในบ้าน

Aug 28, 2019 | Lifestyle

เมื่อพูดถึง Smart Assistant หรือผู้ช่วยอัจฉริยะที่เป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงในปัจจุบัน เราคงนึกถึงบริษัทเทคเจ้าใหญ่หลายเจ้าที่พัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้ออกมาแข่งกัน พร้อมพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆออกมาตลอดเวลาเพื่อครองตลาดและตอบสนองผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น เจ้า Cortana จาก Microsoft, Google Assistant จาก Google หรือ Siri จาก Apple

ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ Alexa หนึ่งในผู้ช่วยคนสำคัญจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ที่จะทำให้บ้านของคุณกลายเป็น Smart home ที่มีระบบครบถ้วน และชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Alexa คืออะไร?

Alexa คือ ระบบผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistant) ของ Amazon ที่ใช้การสั่งงานด้วยเสียงจากผู้ใช้ไปยังอุปกรณ์หรือลำโพง เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก ตอบคำถาม ใช้งานฟังก์ชั่นมากมาย หรือควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆในบ้าน

หลายๆคนอาจจะงงว่าเวลาเราพูดถึง Alexa มันคือเจ้าลำโพงสีดำทรงกระบอกที่สามารถพูดได้ใช่หรือไม่? และถ้าเราอยากใช้ Alexa เราจะต้องทำยังไง? ลองนึกถึง Siri ของ Apple ที่อยู่ภายในไอโฟนหรือไอแพด ถ้าเราอยากใช้ก็ต้องซื้ออุปกรณ์ที่รองรับ Siri อยู่ ซึ่งในที่นี้ Alexa ก็ทำหน้าที่เหมือนกัน คือเป็นระบบเสียงผู้หญิงที่คอยตอบโต้กับผู้ใช้ผ่านอุปกรณ์ต่างๆที่สามารถเชื่อมต่อกับ Alexa ได้

ที่มาของชื่อ Alexa นั้นมาจากชื่อ ห้องสมุดอเล็กซานเดรีย (Library of Alexandria) ซึ่งเป็นห้องสมุดและแหล่งวิชาการแห่งแรกของโลกที่รวบรวมความรู้สำคัญทั้งหมดไว้ รวมถึงการใช้ตัว “X” ในคำซึ่งเป็นพยัญชนะที่ไม่ซ้ำกับคำภาษาอังกฤษเท่าไหร่ ทำให้ตัวอุปกรณ์ไม่สับสน และเรียกใช้งานได้ดีขึ้น โดยการใช้งานอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่มีระบบ Alexa ภายใน เรามักจะออกเสียงว่า “Alexa” แทน Wake word (คำกระตุ้น) แล้วตามด้วยคำสั่งต่อไปเพื่อให้มันตอบสนองกลับมา

ทว่าคำถามต่อมาคือ เราจะใช้งาน Alexa ได้จากอุปกรณ์ไหนบ้าง และถ้าอยากเริ่มซื้อมาใช้จะต้องทำยังไง?

ใช้งาน Alexa ได้จากไหนบ้าง?

ระบบของ Alexa นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้กับอุปกรณ์ 2 แบบ ได้แก่

1. อุปกรณ์ที่รองรับ Alexa Voice Service (AVS)

Alexa Voice Service คือระบบจดจำเสียงอัจฉริยะที่เชื่อมต่อระหว่างเสียงคำสั่งของผู้ใช้กับ software ภายในอุปกรณ์ โดยสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ที่มีไมโครโฟนหรือลำโพงเพื่อบันทึกเสียงและตอบโต้กัน

โดยปกติแล้วจะสามารถใช้ได้กับ Hardware ของ Amazon ที่เป็นอุปกรณ์เสียงเอง เช่น ลำโพงอย่าง

  • Amazon Echo: ลำโพงสีดำทรงกระบอก ราคาปานกลาง เป็นตัวเริ่มต้นที่หลายๆคนมักใช้กัน
  • Amazon Echo Plus: ลำโพงทรงยาวขนาดใหญ่ที่มีระบบ Dual Speaker (ลำโพงคู่)
  • Amazon Echo Dot: ลำโพงทรงเตี้ย ราคาไม่แพง และมีขนาดเล็กที่สุด เหมาะกับคนที่มีงบจำกัด สามารถติดตั้งได้หลายตัวในหลายห้อง

เครดิตรูปภาพ : Day-Technology

หรืออุปกรณ์ที่มีหน้าจอเพื่อแสดงผลเป็นภาพอย่างสภาพอากาศ หรือเนื้อเพลง เช่น

  • Amazon Echo Show: ลำโพงและหน้าจอ มีไมโครโฟน 8 ตัว ทำหน้าที่ได้หลากหลายรวมถึงแสดงผลการทำงานกับ Smart home device ด้วย เช่น กล้องวงจรปิด, thermostat
  • Amazon Echo Spot: นาฬิกาปลุกอัจฉริยะ มีหน้าจอขนาด 2.5นิ้ว สามารถใช้สั่งการ Smart device ผ่าน Alexa ได้
  • Amazon Fire TV: อุปกรณ์เชื่อมต่อทีวี คล้าย Apple TV ที่เพิ่มฟีเจอร์มากมายสำหรับความบันเทิง

ภาพ Amazon Echo Spot (ซ้าย) และ Echo Show (ขวา)

เครดิตรูปภาพ : Amazon

และอุปกรณ์จากบริษัทอื่นที่สามารถรองรับระบบของ Alexa ได้ เช่น Sonos One speaker, Bose Home Speaker, Polk Command Bar หรือลำโพงอื่นๆ อีกมากมาย

2. อุปกรณ์ภายนอกที่ใช้งานกับ Alexa ได้

อุปกรณ์ เช่นหลอดไฟ Philips Hue, โคมไฟ GE, หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Autobot, สวิตซ์ Ecobee ซึ่งเราจะอธิบายต่อไปในส่วนของ Smart home

หลักการทำงานของ Alexa คือการรับคำสั่งจากผู้ใช้ผ่านไมโครโฟนในอุปกรณ์โดยตัดเสียงรบกวนออก หลังได้ยิน Wake word และตอบคำถามหรือสั่งการต่อคำสั่งนั้น ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่ามันทำอะไรได้บ้าง

ความสามารถของ Alexa

ในปัจจุบันปี 2019 นี้ Alexa ได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆจนมีสกิลมากถึง 80,000 สกิลและมีอุปกรณ์ที่รองรับ Alexa ขายไปแล้วถึง 100 ล้านชิ้น ซึ่งความสามารที่หลากหลายทำให้คนเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ ผู้ใช้สามารถเพิ่มสกิลต่างๆเข้าไปได้เสมอ โดยมีความสามารถหลักๆดังนี้

  • ตั้งเวลาและนาฬิกาปลุก
  • ตอบคำถามทั่วไปโดยการค้นหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ และคำนวณโจทย์ทางคณิตศาสตร์จาก Wolfram เช่นบอกสภาพอากาศ คะแนนแข่งขันกีฬา วิธีทำอาหาร หรืออ่านบทความจาก Wikipedia
  • เชื่อมต่อระหว่างลำโพง Echo หลายๆตัวในบ้านเป็น Intercom (ระบบสื่อสารด้วยเสียง)
  • ควบคุมอุปกรณ์ Smart Home สั่งการด้วยเสียงได้ และรวบรวมทุกอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ด้วยคำสั่งเดียว เช่น ใช้กับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น
  • เล่นวิทยุจากช่องเช่น TuneIn
  • ฟังเพลงออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Spotify, Apple Music, Amazon Music, Deezer, Pandora
  • อ่านข่าวประจำวันจากแชนแนลเฉพาะเช่น BBC, NPR, ESPN
  • อ่าน Audiobook ให้ฟัง เช่นจาก Kindle
  • โทรหาคนอื่นในรายชื่อ
  • จองไฟลท์บิน
  • แจ้งตารางงานจาก Google Calendar และทำ To do list
  • สั่งซื้อของจาก Amazon หรือสั่งอาหารจากร้านอาหาร

นอกจากการสั่งการและพูดคุยกับอุปกรณ์ที่มี Alexa Voice Service แล้ว เรายังใช้การกับอุปกรณ์สำหรับระบบ Home Automation (ระบบควบคุมการทำงานในบ้าน)ได้ด้วย

Alexa กับตัวอย่างอุปกรณ์ Smart device

Smart device ภายในบ้านเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการควบคุมระบบต่างๆภายในบ้านอัตโนมัติผ่านการสั่งงานบนมือถือ แอพพลิเคชั่น หรือ Smart hub ที่ทำหน้าที่รวมอุปกรณ์ไว้และสั่งงานด้วยเสียงได้

โดย Alexa สามารถควบคุมและสั่งการอุปกรณ์ Smart device ได้หลายอย่าง ผ่านการเชื่อมต่อ WiFi ยกตัวอย่างเช่น

ระบบไฟอัจฉริยะ

  • Hive Lights: หลอดไฟอัจฉริยะที่ช่วยประหยัดพลังงาน ควบคุมสีและความสว่างได้
  • Philips Hue lightbulb: หลอดไฟ LED ที่สามารถปรับความสว่าง, เฉดสี และตั้งเวลาเปิดปิดหลอดไฟหรือหรี่แสงไฟได้ ปัจจุบันมีขายในไทยแล้ว

เครดิตรูปภาพ : Amazon

ระบบอุณหภูมิอัจฉริยะ

  • Nest Learning Thermostat: อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะที่ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าเกี่ยวกับอุณหภูมิเช่น เครื่องปรับอากาศ, ฮีทเตอร์ สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้
  • Ecobee Thermostat: เครื่องควบคุมอุณหภูมิกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สามารถดูสภาพอากาศได้ด้วย

เครดิตรูปภาพ : Amazon

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

  • Autobot SMART MARK II  new 2019: หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะที่ทำหน้าที่ดูดฝุ่น ถูพื้น และปัดกวาดภายในบ้านตามบริเวณที่ต้องการโดยสามารถจำกัดพื้นที่ได้ มีการเคลื่อนที่เป็นระบบทำให้พื้นสะอาดกว่าเดิม สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

กล้อง

  • Arlo: กล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยที่บันทึกวีดิโอไว้ในระบบคลาวด์ได้
  • Ring Video Doorbell:  กริ่งบ้านอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบการเครื่องไหว แสดงภาพหน้าประตู และดูผลบน Alexa Echo Show หรือแอพได้

    เครดิตรูปภาพ : Mightygadget

    ปลั๊กไฟอัจฉริยะ

    • TP-Link: ปลั๊กไฟอัจฉริยะใช้ควบคุมเป็นสวิตซ์ เปิดปิดอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ Smart device
    • Belkin WeMo: ปลั๊กไฟที่สามารถเปิดปิดได้ ใช้ได้กับเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายเช่น TV โคมไฟ ตั้งเวลาเปิดปิดได้ โดยตัวปลั๊กสามารถสวมทับเข้ากับไฟบ้านได้เลย

      เครดิตรูปภาพ : Amazon

      ระบบรักษาความปลอดภัย

      • August Smart Lock: กลอนประตูอัจฉริยะที่สามารถล็อคและปลดล็อคได้ผ่านแอพหรือ Alexa ใช้ติดตั้งกับประตูบ้านได้อย่างรวดเร็ว

        เครดิตรูปภาพ : Time

        จริงๆแล้วยังมีอุปกรณ์อีกหลายประเภทและหลายแบรนด์ที่สามารถเชื่อมต่อและใช้งานกับ Alexa ได้ ซึ่งถ้าคุณมี Smart device มากกว่า 2 ชิ้น การใช้ Alexa ก็จะช่วยควบคุมทุกอุปกรณ์ผ่านเสียง เปิดปิดและใช้งานได้ง่ายดายมากขึ้นกว่าการควบคุมอุปกรณ์แต่ละชิ้นแยกกันผ่านสมาร์ตโฟน

        สนใจอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อุปกรณ์ Smart home ได้ในบทความนี้ และศึกษาวิธีการเปลี่ยนบ้านให้เป็น Smart home ได้ที่นี่

        สรุป

        มาถึงตอนนี้เราคงรู้แล้วว่า Alexa คืออะไร และมีประโยชน์ยังไงบ้าง โดยการใช้งาน Alexa ผ่านเจ้าลำโพง Echo ก็จะขยายความสามารถในการใช้งานกับอุปกรณ์อื่นๆและ Smart device สำหรับการสั่งการในบ้านเพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบถ้วน โดยปัจจุบัน Alexa Echo นั้นยังไม่รองรับการใช้งานโดยตรงในไทย ทำให้ต้องตั้งค่ามากมายและค่อยๆปรับกับอุปกรณ์ต่างๆ

        แต่ Alexa นั้นยังมีข้อได้เปรียบถ้าเทียบกับผู้ช่วยอัจฉริยะจากเจ้าอื่นเพราะสามารถใช้กับอุปกรณ์ได้หลากหลายมากกว่าด้วยการทำ Partnership ไว้จำนวนมาก และยังมีการพัฒนาสกิลเพิ่มขึ้นหลายเท่าในทุกๆปีทำให้ผู้ใช้สามารถทดลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติมนอกจากซื้อผลิตภัณฑ์ Echo

        ดังนั้น ถ้าคุณกำลังมองหา Smart device และระบบควบคุมที่ดี ราคาจับต้องได้ การใช้ Alexa ก็สามารถตอบโจทย์คุณได้แน่นอน

         

        Showroom & Autobot Care 198 โครงการ | ยูเซ็นเตอร์ 1 ห้อง A07-A08 ซอยจุฬา 48 | แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

        CONTACT

        Call:  02-2152-577

        Line: @autobot

        Email: autobot.main@gmail.com

        Instagram: @autobot_vacuum

        Facebook: robotmaker