ฝุ่น อันตรายขนาดนี้เลยเหรอ ?

Jan 3, 2019 | Problem

ความร้ายกาจของฝุ่นกองดำๆ เทาๆ หรือที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ที่เราเห็นๆกันมันอันตรายต่อร่างกายขนาดไหน
 
เพราะคุณเองก็คงมีบางส่วนในบ้าน หรือเห็นบ้านของเพื่อนๆคุณ มีที่ๆนึงที่มักฝุ่นอยู่เป็นที่ประจำแน่นอน และที่แย่กว่านั้น คือนานๆทีคุณถึงจะทำความสะอาดมันด้วยนี่สิ

ฝุ่นอันตรายขนาดไหน ?

อันตรายจากฝุ่นละอองมีผลต่อสุขภาพร่างกายมากทีเดียว เมื่อสูดดมเข้าไปในร่างกายจะเข้าไปได้ลึกจนไปถึงถุงลมและปอดซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคอันตรายได้หลายชนิด

ในขั้นเบาจะมีแค่อาการไอ จาม มีเสมหะ แต่ในขั้นที่หนักขึ้นจะเสี่ยงต่อการทำลายระบบประสาท เป็นภูมิแพ้ไซนัส และเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อหากมีบาดแผลที่อักเสบอยู่ในระบบหายใจ

โดยผมจะแบ่งให้เห็นภาพชัดขึ้นตามนี้ครับ

ความอันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ

ส่งผลต่อผู้ที่เป็นภูมิแพ้ และผู้ที่เป็นแผลในระบบทางเดินหายใจที่อาจจะติดเชื้อจนเรื้อรังได้รวมไปถึง การทำให้โรคอื่นๆเกิดอาการกำเริบ เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และ โรคมะเร็งปอด

ความอันตรายต่อหัวใจและสมอง

การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษในอากาศเป็นระยะยาว เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว จากการที่มีตะกอนที่เรียกว่าพลาคภายในหลอดเลือด

ซึ่งทำให้การไหลของเลือดติดขัดและมีความหนืดมากขึ้น จนกลายเป็นปัจจัยของหัวใจวายและเป็นลิ่มเลือดในสมองได้

ผู้ที่เสี่ยงต่อฝุ่นละอองพวกนี้มากกว่าใคร คือ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจครับ เพราะคนพวกนี้มักมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง จะดีกว่าไหมถ้าคุณทำความสะอาดที่อยู่อาศัยและกำจัดฝุ่น ไปซะตั้งแต่ตอนที่เห็น

นอกจากนี้ ฝุ่นยังส่งผลกระทบอย่างมากสำหรับผู้ที่ เป็นภูมิแพ้ฝุ่น ซึ่งฝุ่นเกิดขึ้นจากหลายสิ่งมาผสมกัน ไม่ใช่แค่เศษผงๆมารวมๆกันจนกลายเป็นสีเทาๆ ดำๆ เหมือนที่เราเห็นกัน จึงทำให้หลายคนเข้าใจผิด

และอาจจะยังไม่รู้ว่าอาการแพ้ฝุ่นนั้นไม่ได้เกิด จากการแพ้สิ่งที่เรียกว่าฝุ่นทั้งหมด แต่อาจจะแพ้เพียงหนึ่งส่วนประกอบในฝุ่นเพียงแค่นั้น แล้วอะไรบ้างล่ะที่มารวมกันเป็นฝุ่น ?

อะไรบ้างนะที่รวมกันอยู่ในกองฝุ่น ?

หากเราอยากรู้ให้ได้ว่าจริงๆแล้วเราแพ้อะไรในฝุ่นกันแน่ ก็ต้องรู้ก่อนว่าฝุ่นคืออะไร ? แล้วเกิดขึ้นจากอะไร ? กองฝุ่นที่คุณเห็นๆกันมันผสมไปด้วยอะไรบ้าง มาดูกันครับ

ตัวไรฝุ่น

เป็นแมงชนิดหนึ่งที่มี รูปร่างกลมรี สีขาวขุ่น มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก เพราะมีขนาดเล็กมากๆเพียงแค่ 0.1-0.3 มิลลิเมตร อาหารของมันคือ เศษผิวหนัง รังแคของมนุษย์ หรือ ซากไรฝุ่นด้วยกันเอง

ซึ่งเจ้าไรฝุ่นมักจะเป็นสาเหตุหลักของคนที่มีอาการแพ้ฝุ่น

ดิน ทราย

ผงดิน ผงทรายที่มักปลิวมาตามลม ติดรองเท้าเข้ามาบ้าง เข้ามาทางช่องลม หรือรอยร้าวต่างๆของบ้าน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บ้านมีฝุ่นได้เช่นกัน

แมลงสาบ

แมลงสาบเป็นสิ่งมีชีวิตที่มักพบอยู่ในอาคารบ้านเรือนทุกประเภท รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใกล้เคียงด้วย บางคนมีอาการแพ้เกิดขึ้นเมื่อมีแมลงสาบอยู่ใกล้ๆ

นั่นเป็นเพราะอนุภาคขนาดเล็กๆ จากแมลงสาบเป็นองค์ประกอบที่พบบ่อยในฝุ่นภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นเศษมูล หรือคราบที่ลอก แตกเป็นเศษชิ้นเล็กๆ ก็อาจเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้คุณเกิดอาการแพ้ฝุ่นได้เช่นกัน

เชื้อรา

สามารถสร้างสปอร์(สิ่งที่เชื้อราปล่อยออกมาเพื่อขยายพันธุ์) ให้ลอยอยู่ในอากาศได้ เมื่อผู้ที่มีอาการแพ้เชื้อราสูดดมสปอร์เหล่านี้เข้าไป จะทำให้มีอาการแพ้เกิดขึ้น

เชื้อรามีหลายชนิดมากๆ มีทั้งชนิดที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า 
เชื้อรามีอยู่รอบตัวคุณ โดยเฉพาะบนไม้แปรรูป ใบไม้ที่ล่วงแล้ว และสถานที่ที่มีความชื้น เช่น ในห้องน้ำและห้องครัว

อนุภาคขนาดเล็กของเชื้อราและสปอร์ของมัน เป็นองค์ประกอบที่พบบ่อยของฝุ่นภายในบ้าน และอาจเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้คุณเกิดอาการแพ้ฝุ่น

เกสรดอกไม้

เกสรมาจากต้นไม้ หญ้า ดอกไม้ และวัชพืช คนเราสามารถแพ้เกสรดอกไม้ได้หลายชนิด ตัวอย่างเช่น บางคนอาจจะแพ้เฉพาะเกสรดอกไม้จากต้นไม้ชนิดหนึ่งเท่านั้น

บางคนอาจแพ้เฉพาะเกสรจากหญ้าบางชนิด คุณจึงไม่ควรด่วนสรุปว่าคุณแพ้ฝุ่น หรือเกสรจากต้นไม้ต้นไหนกันแน่ หากอยากรู้ให้แน่ชัด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ครับ

ขนสัตว์

สัตว์เลี้ยงของคุณสามารถทำให้คุณเกิดอาการแพ้ได้ทั้งจาก สะเก็ดผิวหนังสัตว์ รังแคของสัตว์ น้ำลาย หรือปัสสาวะของสัตว์ ไม่เว้นแม้แต้บ้านที่มีการเลี้ยงนก  

เพราะขนนกและขี้นก เมื่อสัมผัสสิ่งอื่นๆ อาจรวมตัวและกลายเป็นฝุ่นภายในบ้านได้

เศษผิวหนัง

ไม่ว่าจะเป็นเศษเล็บ ผิวหนัง หรือรังแค ก็ถือเป็นเศษฝุ่นที่สามารถรวมกันเป็นกองฝุ่นได้ ที่สำคัญคือเศษผิวหนังของมนุษย์เราเป็นอาหารที่เจ้าไรฝุ่นชอบมากๆ หากไม่เก็บกวาดให้ดีก็จะยิ่งทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้เร็วขึ้น

ฝุ่นแบบไหนที่เป็นอันตราย?

เรามักจะผ่านตาข่าวฝุ่นละอองขนาด 10 ไมครอน/2.5 ไมครอน หรือ PM 10 , PM 2.5 กันมาบ้างแล้ว จากเหตุการของมลพิษในกรุงเทพฯ

ซึ่งคำว่า PM มาจาก Particulate Matters ซึ่งหมายถึงฝุ่นละอองในอากาศ ส่วนตัวเลขที่ต่อท้ายหมายถึงขนาดของฝุ่นละออง

1 เซนติเมตร = 10,000 ไมครอน

หมายความว่า 1 ไมครอน มีขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร ถึง 10,000 เท่า

หากเราอยากรู้ให้ได้ว่าจริงๆแล้วเราแพ้อะไรในฝุ่นกันแน่ ก็ต้องรู้ก่อนว่าฝุ่นคืออะไร ? แล้วเกิดขึ้นจากอะไร ? กองฝุ่นที่คุณเห็นๆกันมันผสมไปด้วยอะไรบ้าง มาดูกันครับ

ผมจะของแบ่งฝุ่นตามขนาดให้เห็นภาพชัดขึ้นเป็น 2 ส่วนนะครับ คือ PM 10 และ PM 2.5

ฝุ่นละอองขนาด  PM 10

จะมีขนาดที่ใหญ่จึงไม่สามารถจะเข้าไปในร่างกายได้ครับ เมื่อสูดดมจะติดอยู่ที่โพรงจมูกและปากเท่านั้นครับ

ฝุ่นละอองขนาด PM 2.5

จะมีขนาดเล็กกว่ามาก เมื่อสูดดมเข้าไปจึงสามารถผ่านขนจมูกและโพรงจมูกเข้าไปในร่างกาย จนถึงระบบทางเดินหายใจของมนุษย์เราได้ โดยผ่านโพรงจมูกเข้าไปจนถึงถุงลมในปอดก่อให้เกิดการอักเสบและระคายเคืองเรื้อรัง

แม้จะมีระบบดักจับฝุ่นในร่างกายมากมาย

แต่ก็จะมีฝุ่นบางส่วนเข้าไปถึงปอดอยู่ดี

ฝุ่นมาจากไหน?

แหล่งที่มาของฝุ่นละอองในบรรยากาศ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1 ) ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

เกิดจากลมที่พัดผ่านตามธรรมชาติแล้วหอบเอาสิ่งที่เป็นฝุ่นผงละอองต่างมาด้วย สิ่งทำให้เกิดฝุ่นตามธรรมชาติ เช่น  ดิน ทราย เขม่าควันจากไฟป่า ฝุ่นเกลือจากทะเล เศษซากแมลงเล็กๆ เศษไม้ เป็นต้น

2 ) ฝุ่นละอองที่เกิดจากกิจกรรมที่มนุษย์

ความดังโดยเฉลี่ยของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั้น เบากว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อตัวเราเองและเพื่อนบ้านรอบข้าง ยิ่งเป็นที่อยู่อาศัยที่ติดๆกัน ไม่ว่าจะบ้าน หรือ คอนโด รับรองว่าไม่มีปัญหาเพื่อนบ้านมาร้องเรียนแน่นอนครับ

– เกิดจากการคมนาคมขนส่ง

รถถือเป็นตัวการหลักในการสร้างและกระจายฝุ่นควันบนท้องถนน และอย่างที่เราทุกคนรู้ว่าทุกบ้านจะมีถนนอยู่หน้าบ้านเสมอ

สาเหตุของการสร้างฝุ่นมาจากขณะที่รถยนต์ขับเคลื่อนจะมีการปล่อยเขม่า ฝุ่น ควันดำ ออกมา และขณะที่เบรคก็มีฝุ่นจากผ้าเบรคออกมาด้วยเช่นกัน

 สำหรับรถบรรทุกวัตถุก่อสร้างส่วนที่ทำให้เกิดฝุ่น เช่น หิน ดิน ทราย ซีเมนต์ ขณะแล่นก็จะมีฝุ่นตกอยู่บนถนน เมื่อมีรถขับผ่านเส้นทางนั้นๆมากขึ้น

ก็จะเป็นการกระจายฝุ่นที่มีอยู่ในบริเวณนั้น ให้กระจายไปเป็นวงกว้าง นอกจากนี้การสร้างถนนหรือ ซ่อมถนนก็ทำให้เกิดฝุ่นมากด้วยเช่นกัน

– เกิดจากการก่อสร้าง

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าบริเวณที่มีการก็สร้างมันจะมีฝุ่นฟุ้งตลบอบอวลไปหมด นั่นก็เป็นเพราะการก่อสร้างมักมีการเปิดหน้าดินก่อนการก่อสร้าง ซึ่งทำให้เกิดฝุ่นได้ง่าย

เมื่อก่อสร้างอาคารสูง ฝุ่นจากปูนซีเมนต์ก็จะถูกพัดกระจายไปบริเวณรอบๆ  แม้อาคารที่สร้างเสร็จแล้วทำการ การรื้อถอน ทำลาย อาคารหรือสิ่งก่อสร้าง ก็สร้างฝุ่นได้อีกเช่นกัน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าฝุ่นมาจากไหนเยอะแยะ

– เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม

ฝุ่นที่เกิดจากโรงงานอุตสาหากรรมสาวนใหญ่จะเกิดจากการเผาไหม้อของเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเตา ถ่านหิน ฟืน แกลบ หรือไม่ก็ ขั้นตอนการผลิตที่สร้างฝุ่นออกมา เช่น การปั่นฝ้าย การเจียรโลหะ การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ

ฝุ่นละอองที่เข้าในร่างกายสะสมที่ปอดได้จริงเหรอ?

จริงครับ เพราะฝุ่นขนาดเล็กมากๆที่ผ่าน ด้านจมูกกับโพรงจมูกมา ก็จะมาเจอกับระบบทางเดินหายใจ ที่จะดักจับฝุ่นละอองและขับออกมาในรูปแบบของการ ไอ จาม น้ำมูก เสมหะ

ซึ่งน้ำมูกจะเป็นตัวช่วยรวบรวมสิ่งสกปรกออกมา และมีระบบลำเลียงช่วยให้น้ำมูกได้ไหลออกมาได้ตามปกติ

ส่วนฝุ่นที่เล็กมากๆและเป็นส่วนที่มีจำนวนน้อย จะสามารถเข้าสู่ปอดไปสะสมในร่างกายได้แต่จะอันตรายขนาดไหนนั้นไม่สามารถตอบได้

เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของฝุ่น และความแข็งแรงของปอดในเวลานั้น ถ้ามีบาดแผลหรืออ่อนแอ ก็อาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

นี่คือภาพเปรียบเทียบของปอดคนที่มีสุขภาพดี(ซ้าย) ปอดคนที่มีสุขภาพดีอายุ 90 ปี(กลาง)  และภาพสุดท้ายคือปอดของคนงานในเหมืองถ่านหิน อายุ 40 ปี(ขวา) จุดดำๆที่ขึ้นอยู่บนปอดของคนงานคือผงถ่านหินครับ

เมื่อคนเราอายุมากขึ้นก็จะสะสมฝุ่นที่ละน้อยจนทำให้พื้นที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนในปอดน้อยลง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ที่อายุเยอะเหนื่อยง่ายขึ้น

ถ้าเราสังเกตสภาพรอบตัวในแต่ละวันที่เราสูดดมเข้าไปจะเห็นได้ว่า อากาศที่เราหายใจเข้าไปไม่ได้สะอาดเลย เราหายใจเอาสิ่งอันตรายเข้าไปด้วย

จึงจำต้องมีอุปกรณ์ที่คอยป้องกัน หรือช่วยลดปริมาณของฝุ่นในสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเราลงไป เช่นเครื่องฟอกอากาศ หรือ เครื่องดูดฝุ่น
แต่ถ้าตัวคุณไม่ได้อยู่ในจุดที่เสี่ยง ที่จะสูดดมฝุ่นที่เป็นอันตรายก็ไม่ต้องกังวลมากจนเกินไปครับ

จริงครับ เพราะฝุ่นขนาดเล็กมากๆที่ผ่าน ด้านจมูกกับโพรงจมูกมา ก็จะมาเจอกับระบบทางเดินหายใจ ที่จะดักจับฝุ่นละอองและขับออกมาในรูปแบบของการ ไอ จาม น้ำมูก เสมหะ

สรุป

ฝุ่นละอองกระจายอยู่รอบตัวเราหลากหลายชนิด ซึ่งคุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคุณแพ้ส่วนประกอบอะไรในฝุ่นกันแน่ นอกจากนี้ฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากๆ

ยังสามารถเข้าสู่ร่างกายและสะสมจนทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคที่แสนอันตรายได้มากมาย
แต่ไม่ว่าจะพยายามป้องกันขนาดไหนหรือหลีกเลี่ยงขนาดไหน

วันหนึ่งคุณก็จะต้องพบเจอฝุ่นและมีโอกาสสูดมันเข้าไปอยู่ดี ที่สำคัญคือการดูแลสุขภาพของคุณ และสถานที่ ที่คุณต้องใช้เวลานานๆในแต่ละวันให้สะอาด เช่น ที่ทำงาน บ้าน หรือ ห้องนอน ให้ปราศจากฝุ่นที่เป็นอันตราย เพราะสุขภาพของคุณและคนที่คุณรักต้องมาก่อนเสมอ

เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจเรื่องความอันตรายของฝุ่นมากพอ ที่จะทำให้คุณหันมาดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากอันตรายในประเภทนี้ครับ

Showroom & Autobot Care 198 โครงการ | ยูเซ็นเตอร์ 1 ห้อง A07-A08 ซอยจุฬา 48 | แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

CONTACT

Call:  02-2152-577

Line: @autobot

Email: autobot.main@gmail.com

Instagram: @autobot_vacuum

Facebook: robotmaker

  • 96
    Shares