แพ้ฝุ่นต้องทำอย่างไร ?

Jan 3, 2019 | Problem

ปัญหาการแพ้ฝุ่น มักจะกวนใจผู้ที่เป็นภูมิแพ้มาโดยตลอด สาเหตุหลักก็คือ ฝุ่น ที่มีหลากหลายประเภทนั่นเอง

ปัจจุบันคนไทยเจ็บป่วยด้วยโรคภูมิแพ้เป็นจำนวนมาก ซึ่งภูมิแพ้ไรฝุ่นมาเป็นอันดับ 1 คนที่เป็นภูมิแพ้ฝุ่นจะมีอาการ คันตา คันจมูก น้ำมูกใสๆไหลตลอดเวลา จามบ่อย แน่นจมูก เจ็บคอ

จนบางคนหายใจไม่ออกมีอาการคล้ายกับ เป็นหอบหืด หากเป็นเด็กเล็กๆก็จะเป็นอันตรายอย่างมาก
( อ่านต่อ ฝุ่นอันตรายขนาดนั้นเลยเหรอ? )

ก่อนจะรู้ว่าต้องดูแลตัวเอง  ต้องป้องกันฝุ่น หรือ ทำความสะอาดบ้านอย่างไร เรามารู้จักสาเหตุที่แน่นอนกันก่อนดีกว่า

สาเหตุของอาการแพ้ฝุ่นคืออะไร?

กรรมพันธุ์

รคภูมิแพ้บางชนิดเกิดขึ้นจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งหากพ่อแม่ของคุณเป็นภูมิแพ้ทั้งคู่ ก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสในการที่คุณเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้เพียงคนเดียว

สิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนส่วนใหญ่ เพราะสิ่งแวดล้อมคือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มากระทบร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือ ขนสัตว์

หลายต่อหลายคนที่คิดว่าตัวเองแพ้ฝุ่น แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าคุณแพ้ฝุ่น หรือ บางอย่างข้างในนั้นกันแน่ ?

จะรู้ได้อย่างไรว่า แพ้ฝุ่น หรือ แพ้ไรฝุ่น ?

ใช่แล้วครับ ฝุ่นกับไรฝุ่นไม่เหมือนกันครับ  เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ผมจะอธิบายให้เห็นภาพ ดังนี้ครับ

ฝุ่น

คือ ส่วนผสมระหว่างเศษและซากของ ผิวหนังมนุษย์ สัตว์ ดิน ทราย ซากไรฝุ่น มูลไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ เชื้อรา และซากแมลงสาบ รวมกันเป็นกองขี้ฝุ่น

ไรฝุ่น

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักสัตว์ชนิดนี้ดีพอ ไรฝุ่น คือ สัตว์ที่มีขาข้อขนาดเล็กอยู่ในกลุ่มเดียวกับ ”แมง” เพราะตอนแรกเกิดมี 6 ขา แต่เมื่อโตเต็มที่จะมี 8 ขา  จึงไม่จัดอยู่ในพวก “แมลง”

มีรูปร่างกลมรี สีขาวขุ่น มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก เพราะมีขนาดเล็กมากๆเพียงแค่ 0.1-0.3 มิลลิเมตร  ซึ่งถ้าจะเทียบให้เห็นภาพคือ ขนาดเท่ากับการนำดินสอปลายแหลมมาจุดลงบนกระดาษแค่นั้น

โดยทั่วไปคนเราจะมีผิวหนังหลุดลอกประมาณ 1.5 กรัมต่อวัน ซึ่งนั่นทำให้ไรฝุ่นมีชีวิตอยู่ได้อย่างสบายๆ 

เมื่อไรฝุ่นกินเศษผิวหนัง รังแคของมนุษย์เรา แล้วขับถ่ายออกมา มูลของมันจะมีฤทธิ์เป็นโปรตีน และลอยฟุ้งในอากาศได้ง่าย หากผู้ที่เป็นภูมิแพ้สูดดมเข้าไปก็จะเกิดอาการแพ้

เจ้าไรฝุ่นชอบอยู่ในที่อับชื้น ไม่มีแสงสว่าง และชอบเกาะเกี่ยวเส้นใย  ถ้ามองกันจริงๆก็คือ ห้องนอนของเรานี่ล่ะครับ ที่เหมาะมากๆให้ไรฝุ่นมาอาศัยอยู่

ฝุ่นเพียง  1 กรัม

อาจจะมีไรฝุ่นได้มากถึง 500 ตัว

หากต้องการจะหาสาเหตุที่ชัดว่าคุณแพ้ฝุ่นหรือแพ้ไรฝุ่น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ

ก่อนเราจะไปเรียนรู้วิธีกำจัดฝุ่นที่ได้ผลดีและถูกต้องเพื่อให้คุณไม่ต้องมาทนกับอาการแพ้ฝุ่น  เรามาดูวิธีที่มักจะเข้าใจผิดว่าช่วยกำจัดฝุ่นได้ดีกันก่อนดีกว่า

วิธีทำความสะอาดแบบผิดๆที่คนส่วนมากไม่รู้

การความสะอาดไม่ถูกวิธีนั้น นอกจากจะทำให้การทำความสะอาดไม่ได้ผล 100% แล้ว บางครั้งยังเป็นการสะสมเพิ่มพูนฝุ่นอีกด้วย

ซึ่งหลายต่อหลายวิธีคุณอาจจะไม่เคยรู้เลยว่าส่งผลต่อการกักเก็บและกระจายฝุ่นมากขึ้นขนาดไหน

1 ) ใช้ไม้ปัดขนไก่

คุณมักเห็น การอวดอ้างว่าไม้ปัดฝุ่นขนๆ แบบนี้ เก็บฝุ่นและทำความสะอาดได้ดีแค่ไหน แต่อย่าเชื่อเด็ดขาด เพราะการใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นนั้นเป็นการกระจายฝุ่น ให้ฟุ้งลอยไปแค่ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้กำจัดออกไปจริงๆ

ซึ่งนอกจากจะไม่ได้กำจัดฝุ่นแล้ว ยังทำให้ฝุ่นกระจายบริเวณกว้างขึ้น

วิธีแก้ไข  ให้ลองใช้ไม้ปัดฝุ่นแบบไมโครไฟเบอร์ , ผ้าขนหนูกระดาษ แบบใช้แล้วทิ้ง หรือ เครื่องดูดฝุ่นดีกว่า เพราะจะมีแรงดูดที่เก็บเอาฝุ่นไว้ไม่ให้ฟุ้งกระจาย

2 ) ใช้สเปย์ฉีดเพื่อกำจัดฝุ่น

ความเชื่อเดิมคือ ฉีด ๆ ไปเดี๋ยวฝุ่นก็หลุดไปเอง ยิ่งฉีดลงเฟอร์นิเจอร์โดยตรงเท่าไรยิ่งดี ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดเพราะจะทำให้ฝุ่น มันจะยิ่งเกาะตัวกันมากกว่าเดิม  

วิธีแก้ไข ก็ง่ายมากแค่เปลี่ยนมาฉีดสเปรย์ลงบนผ้าก่อนแล้วนำไปเช็ดเฟอร์นิเจอร์ให้หมดจด เท่านี้ฝุ่นก็ออกแล้วครับ

3 ) รอช่างมาล้างแอร์

เจ้าของบ้านโดยทั่วไปจะรอเวลาที่ช่างมาแอร์ หรือรอจนกว่าแอร์จะตันเสียก่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าการทำแบบนั้นเป็นการกักเก็บฝุ่น แล้วรอวันที่แอร์ของคุณจะปล่อยฝุ่นให้กระจายมาในอากาศทีละน้อย

วิธีแก้ไข เจ้าของบ้านสามารถล้างแอร์ได้เองในเบื้องต้นเพื่อไม่ให้แอร์เกิดการสะสมฝุ่นที่มากเกินไป โดยปกติแนะนำให้ล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน หรือ 2-3 เดือน หากอยู่ใกล้เขตหรือพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ

4 ) ทำความสะอาดเครื่องดูดฝุ่นไม่สม่ำเสมอ

หากแผ่นกรองของเครื่องดูดฝุ่นไม่ถูกเปลี่ยนหรือถอดออกมาล้างระยะหนึ่ง ไม่พียงจะทำให้คุณสมบัติการเก็บฝุ่นลดลงเท่านั้น แต่ฝุ่นที่เก็บอยู่ภายในจะถูกพ่นกลับออกมาทางช่องระบายอากาศอีกด้วย

ใช่แล้วครับการไม่ทำความสะอาดเครื่องดูดฝุ่นจะทำให้ฝุ่นฟุ้งไปในอากาศ และไม่สะอาด จนอาจทำให้เกิดภูมิแพ้ในภายหลัง

วิธีแก้ไข  เปลี่ยนหรือทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น รวมถึงถุงหรือถังเก็บฝุ่นทันทีเมื่อเห็นว่าเริ่มเต็ม เช็ดส่วนประกอบอื่นๆ ของเครื่อง อย่างท่อและช่องระบายอากาศด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาดๆ หรือทิชชูเปียก

ก่อนเช็ดอย่าลืมตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเครื่องถอดปลั๊กแล้ว

วิธีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง

ในการทำความสะอาดบ้านที่ถูกต้องให้ปลอดไรฝุ่นนั้น ผมขอแบ่งวิธีการเป็น 2 แบบ คือ การกำจัดฝุ่น และ การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทำให้ฝุ่นน้อยลง

ส่วนการดูแลบ้านผมจะขอกล่าวถึงห้องนอนเป็นหลักนะครับ  เพราะห้องนอนเป็นห้องที่คนส่วนมากมักจะเป็นเจอปัญหาอาการแพ้ และยังเป็นห้องที่พบว่ามีปริมาณของไรฝุ่นอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย

วิธีการกำจัดฝุ่นและไรฝุ่น

1 ) ใช้เครื่องกรองหรือฟอกอากาศ

การลดปริมาณฝุ่นและดักจับฝุ่นที่ฟุ้งอยู่ในอากาศให้ใช้เครื่องกรองอากาศ  แต่อุปกรณ์กรองอากาศมาตรฐานจะกรองได้เฉพาะอนุภาคที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น 

ขอแนะนำให้ใช้กระดาษคุณภาพสูงหรือแผ่นกรองฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้ง ในการกรองฝุ่นขนาดเล็กที่เป็นอาจอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ จึงควรให้เปลี่ยนใหม่ทุก 1 ถึง 3 เดือน

เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบทำความร้อนหรือระบบทำความเย็นเสียหาย และเพื่อประสิทธิภาพในการทำความสะอาด

2 )  ซักผ้าและเครื่องนอน

ซักล้างผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม มุ้ง เป็นประจำอย่างน้อยทุกสัปดาห์ โดยหลักจากซักแล้วให้นำมาแช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 50 องศา เพื่อฆ่าตัวไรฝุ่น ตากแดดให้แห้งสนิท จากนั้นรีดด้วยเตารีด

เพื่อกำจัดไรฝุ่นอีกครั้ง ส่วนหมอนกับตุ๊กตา ให้นำไปตากแดดแทน

3 )  เช็ดทำความสะอาด

ทำความสะอาดเป็นประจำทุกๆ 3-7 วัน หรือ ตามปริมาณฝุ่นที่เกิดขึ้นในบ้าน โดยเช็ดถูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และผ้าไมโครไฟเบอร์ ที่สามารถเก็บฝุ่นและช่วยลดการกระจายตัวของฝุ่นได้ดี

ทำความสะอาดตามเฟอร์นิเจอร์ที่ต่างๆ  ข้อสำคัญอย่าลืมที่จะเช็ดให้แห้งสนิท เพราะความชื้นจะช่วยให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี  และควรนำของไม่จำเป็นออกจากห้อง

4 ) ใช้เครื่องดูดฝุ่น หรือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

เป็นตัวช่วยที่ดีมาก ทั้งในการกำจัดฝุ่นบนพื้นและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เตียงนอน โซฟา หรือ เบาะรองนั่ง ก็ดูดฝุ่นออกมาได้หมดจด( เครื่องดูดฝุ่นชนิด HEPA Vacuum Cleaner ใช้กำจัดไรฝุ่นโดยเฉพาะ )

นอกจากนี้การกำจัดฝุ่นบนพื้นยังสามารถทำได้ด้วยหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่แม้คุณไม่อยู่บ้านก็สามารถสั่งงานได้ แล้วบางรุ่นก็สามารถถูพื้นได้ด้วยถือว่ากำจัดฝุ่นบนพื้นได้ละเอียดมากๆ

5 ) เปลี่ยนที่อยู่ของสัตว์เลี้ยง

ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ภายในบ้าน ควรจัดสัดส่วนที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงโดยรักษาความสะอาดเสมอด้วย และห้ามให้เข้ามาในห้องนอนโดยเด็ดขาด

เพราะขนสามารถสร้างฝุ่นขึ้นมาได้ และเศษผิวหนังของสัตว์เลี้ยงก็ยังเป็นอาหารของไรฝุ่นอีกด้วย

(หากไม่สามารถย้ายที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงได้ อ่านต่อที่  7 วิธีกำจัดขนสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน )

จุดที่มักพลาดในการกำจัดฝุ่น

1) ตู้เสื้อผ้าและลิ้นชัก

2) ใต้เตียง โดยเฉพาะใต้เตียงแบบปิดทึบ

3) ซอกมุมต่างๆ เช่น ซอกระหว่างฟูกนอนกับเตียง

4) โคมไฟ

5) ผ้าม่าน

6) รางหน้าต่าง

7) แอร์

จะลดการเกิดของฝุ่นและไรฝุ่นได้อย่างไร ?

หลังจากที่เราเรียนรู้การทำความสะอาดไปแล้ว ก็ถึงเวลาเรียนรู้วิธีลดปริมาณฝุ่นและไรฝุ่น ด้วยวิธีต่างๆดังนี้

หมอน

–  เลือกใช้หมอนที่ทำจากใยสังเคราะห์จะสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ง่าย

– หลีกเลี่ยงการใช้หมอนนุ่นและหมอนขนสัตว์ เพราะจะเป็นที่สะสมของฝุ่นและเชื้อรา

ฟูกนอน

– เลือกใช้ที่นอนที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ เพราะสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่าที่นอนนุ่น

ผ้าม่าน

–  ผ้าม่านควรเลือกแบบที่ถอดซักง่ายจะได้ถอดซักได้บ่อยๆ

– ควรเลือกแบบที่เป็นมู่ลี่ทำด้วยพลาสติก หรือไม้

– ไม่ควรเลือกที่มีเนื้อขรุขระ เพราะฝุ่นสามารถที่จะเกาะได้มาก และทำความสะอาดยาก

เตียงนอน

– เลือกใช้เตียงที่มีขาลอย จะช่วยให้ทำความสะอาดฝุ่นใต้เตียงได้ง่ายขึ้น

– จุดตั้งเตียงควรอยู่ในตำแหน่งที่แสงแดดส่องถึง เพื่อลดความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยให้ไรฝุ่นเติบโต

–  หาวัสดุมาคลุมฟูกที่นอน อาจใช้พลาสติกเย็บคลุม เพื่อกันการสะสมของฝุ่น

พื้น

– ไม่ควรปูพรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอน  เพราะพรมจะอมฝุ่นเอาไว้

– ควรเลือกใช้พื้นไม้หรือพื้นยาง ซึ่งง่ายต่อการทำความสะอาด

สิ่งของต่างๆ

– นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นหรือไม่ได้ใช้บ่อยๆ ไปเก็บรวมกัน เพื่อลดการเกิดฝุ่น

– สำหรับสิ่งของที่มีลักษณะเป็นขวดโหล ให้ปิดปาก ลดการสะสมของฝุ่น

ถ้าหาวิธีลดฝุ่นที่สะสมบ้าง

ก็ไม่ต้องเหนื่อยทำความสะอาดเหมือนเดิมไปตลอด

นอกจากบ้านแล้ว ดูแลตัวคุณเองอย่างไร ?

ดูแลสุขภาพ

โดยการออกกำลังกาย และกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ความไวของเยื่อบุจมูก หรือ หลอดลมลดลง

ทำให้มีอาการแพ้ได้ยากขึ้น และการกินอาหารที่ดีพักผ่อนเพียงพอจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น

หลีกเลี่ยงจากฝุ่น และสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระตุ้นให้อาการแพ้ฝุ่นหรือแพ้ไรฝุ่นรุนแรงขึ้น

สรุป

อาการแพ้ฝุ่นแม้จะรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถป้องกัน และลดอาการแพ้ให้เบาบางลงได้ โดยการดูแลร่างกายของคุณเองเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความเสี่ยง

เพื่อให้ห่างไกลจากอาการแพ้ที่รุนแรง ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ฝุ่นเป็นสาเหตุ คือการรักษาความสะอาดอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในห้องนอนของคุณนั่นเองครับ

ทางผู้เขียนหวังว่าข้อมูลทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ในการนำไปดูแลสุขภาพ ที่อยู่อาศัยให้  ฝุ่น น้อยลงไปไม่มากก็น้อยครับ หากท่านที่ไม่มีเวลาในการทำความสะอาด แนะนำหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเลยครับ ช่วยได้มากจริงๆครับ

Showroom & Autobot Care 198 โครงการ | ยูเซ็นเตอร์ 1 ห้อง A07-A08 ซอยจุฬา 48 | แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

CONTACT

Call:  02-2152-577

Line: @autobot

Email: autobot.main@gmail.com

Instagram: @autobot_vacuum

Facebook: robotmaker

  • 380
    Shares