หุ่นยนต์ดูดฝุ่นแบบไหนที่เหมาะกับคุณ ?

Dec 12, 2018 | Robot Vacuum

การเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความกว้างของบริเวณบ้าน, ราคา, ฟีเจอร์ต่างๆของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ซึ่งมีมากมายหลายและยังมีอีกหลายคนที่สงสัยว่า การซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นดีกว่าจริงหรือ? 

ก่อนที่เราจะมาดูแนวทางการเลือกซื้อเจ้าหุ่นยนต์อัจฉริยะว่าแบบไหนที่เหมาะกับคุณ
เราต้องมารู้จักกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นกันก่อน

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นคืออะไร ?

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หรือ โรบอทแวคคั่มคลีนเนอร์ (Robot Vacuum Cleaner) คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องการดูดฝุ่นแทนเครื่องดูดฝุ่นที่ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการทำความสะอาดบ้าน 

โดยสามารถทำงานแบบอัตโนมัติได้แม้คุณไม่อยู่บ้าน แถมเชื่อใจได้เต็มที่ว่าบ้านจะสะอาดแน่นอน และอาจจะสะอาดกว่าคุณทำความสะอาดเองด้วยซ้ำ

นั่นเป็นเพราะว่าเวลาที่คุณกวาดบ้าน  เศษฝุ่นละอองและเศษขยะต่างๆ อาจจะตกค้างอยู่รอบๆบ้าน ตามขอบมุมของบ้านได้  ความเป็นจริงคือที่เวลาเราโกยขยะ ขณะเรากวาด เศษผงมันก็อาจจะลอย หรือกระจัดกระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้

แต่การใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น  จะไม่ใช่การปัดกวาดขยะ หรือฝุ่นผงเข้าไปเท่านั้น  แต่ยังมีการดูดเอาเศษฝุ่น, เศษขยะต่างๆ เข้าไปเก็บไว้ภายในตัวเครื่องเลย (กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง – Dustbin) 

จึงมีโอกาสน้อยมากๆที่ฝุ่นจะปลิวไปที่อื่น ยิ่งพลังดูดยิ่งแรงขึ้นโอกาสที่ฝุ่นจะปลิวไปที่อื่นก็จะน้อยลงไปด้วย

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอพูดถึงวิธีการเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เหมาะกับคุณในหัวข้อแรก

1)  เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจาก ขนาดพื้นที่อย่างไร ?

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นแต่ละรุ่นนั้นจะมีการแบ่งขนาดพื้นที่สามารถทำความสะอาดได้ครอบคลุมต่างกัน ผมขอยกตัวอย่างรุ่นของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและขนาดของพื้นที่ ที่แต่ละรุ่นนั้นสามารถดูแลได้ครอบคลุมดังนี้ครับ

จะเห็นได้ว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแต่ละรุ่นจะสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้จำกัดต่างกัน ซึ่งหลายต่อหลายคนมั่วแต่สนใจเรื่องฟีเจอร์จนลืมไปว่าพื้นที่บริเวณบ้านที่ต้องการให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเข้าไปดูแลนั้นมันครอบคลุมหรือไม่ ?   

เพราะถ้าไม่รู้แล้วแผลอซื้อไปใช้แม้จะมีฟีเจอร์ดีขนาดไหน แต่ถ้าทำความสะอาดได้ไม่ทั่วบ้านก็ต้องมาเสียเวลาออกแรงเองในบางพื้นที่อยู่ดี 

ส่วนในบางรุ่นที่ไม่ได้มีขนาดพื้นที่บอกมาแนะนำให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทางแบรนด์ครับ

แม้จะทำงานดีแค่ไหนแต่ไม่ครอบคลุม
พื้นที่ของบ้านก็ต้องมาเหนื่อยเองอยู่ดี

2) เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจาก ฟีเจอร์ต่างๆ

ส่วนนี้ผมจะขอแบ่งฟีเจอร์ เป็น 2 แบบ คือ แบบ Simple ( ทั่วไป ) และ แบบ Smart ( พิเศษกว่ารุ่นอื่น )  ว่าแล้วก็มาเริ่มกันที่แบบแรกกันเลยนะครับ

Simple
            
        – วิ่งทำความสะอาดได้โดยไม่มีสาย

        – ตั้งเวลาทำงานได้

        – วิ่งกลับแท่นชาร์จได้เอง

        – สั่งงานผ่านรีโมท

        – แจ้งเตือนเมื่อขยะเต็ม

        – ตั้งเวลาทำงานล่วงหน้าได้ 1 – 2 วัน

        – ทำความสะอาดขอบผนังและมุมห้อง   การหมุนของแปรงด้านข้างจะช่วยปัดเศษผงเข้าสู่ระบบการดูดฝุ่นของตัวเครื่อง

Smart
     
        – ทำความสะอาดได้ทุกพื้นที่

        – สั่งงานผ่านทาง WiFi

        – ระบบทำงานต่อจากพื้นที่ ที่ยังทำความสะอาดไม่เสร็จ

        – ป้องกันการตกจากบันได

        – ส่งข้อมูลการทำความสะอาดแบบ Real time
        – ระบบตั้งเวลาทำความสะอาดได้ในทันทีผ่าน Smart Phone หรือ ล่วงหน้าได้หลายวัน

        – ถูพื้นได้

        – สร้างกำแพงต้องห้ามขึ้นมาบน Application เพื่อไม่ให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเข้าไป

 

3) เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจาก บริการ และอุปกรณ์

สินค้าที่มีความฉลาดขนาดนี้ก็ต้องได้รับบริการที่ดีจากทางแบรนด์ รวมถึงอุปกรณ์ที่ให้มาทั้งตอนแรกที่ซื้อ และหลังจากใช้งานไปแล้วมีปัญหา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า 

แต่คุณยังสามารถดูได้จากระยะเวลาการรับรองคุณภาพสินค้า หรือ ประกันสินค้านั้นเอง เพราะหากหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่สุดแสนฉลาดเกิดพังขึ้นมาแล้วไม่มีการซ่อมแซมที่ถูกต้องก็ไม่คุ้มเสี่ยงเลยครับ

*การรับประกันจะไม่รวมถึงความเสียหาย หรือ ปัญหาที่เกิดเนื่องจากการใช้สินค้า แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมแบรนด์จะมีการรับประกันที่เราไม่ต้องกังวลดังนี้ครับ

1) ประกันสำหรับ รุ่นที่มีเซ็นเซอร์บันไดตกลงมาจากบันได

2) อายุการใช้งานของแบตเตอรี่

3) บริการทำความสะอาดเครื่องให้ฟรีในเวลาที่กำหนด

ส่วนเรื่องของอุปกรณ์ต้องคำนึงให้ดี เพราะเมื่อซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแล้วใช้ไปจน อะไหล่บางอย่างไม่อยู่ในระยะประกันแล้ว ก็ต้องลำบากคุณในการซื้ออะไหล่เปลี่ยนเอง  

นอกจากนี้เจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นยังมีอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกปี ซึ่งคุณควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นไหนก็ตาม ว่าถ้าเกิดเสียขึ้นมาแล้วต้องซ่อม หรือ ซื้อใหม่อะไรจะถูกว่ากันแน่ครับ

นอกจากนี้จุดเด่นที่น่าสนใจอีกข้อของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น คือ บางรุ่นสามารถติดตั้งแทงค์น้ำและผ้า เพื่อทำความสะอาดได้ด้วย เรียกได้ว่า ดูดฝุ่นเสร็จก็ถูต่อได้เลยครับ

แล้วถ้าเป็นพื้นไม้ล่ะ?  ไม่ต้องกังวลครับ เจ้าตัวนี้ถูกออกแบบมาให้ปล่อยน้ำบนผ้าในความหมาดที่เหมาะสม อีกทั้งยังสามารถใช้ร่วมกับน้ำยาทำความสะอาดได้ด้วย เพราะฉะนั้นหมดห่วงเรื่องพื้นไม้จะเสียไปได้เลยครับ

4) เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจาก ระบบนำทาง

คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลือกระบบนำทาง เพราะถ้าระบบนำทางไม่ดีแม้จะดูดฝุ่นได้ดีขนาดไหนก็ไร้ผล ดังนั้นผมจึงแบ่งระบบนำทางมาให้เลือกซื้อจับจองรุ่นที่คิดว่าเหมาะกับตัวเอง

ซึ่งในตลาดตอนนี้มี 3 ระบบหลักในการนำทางที่ใช้กับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น แล้วจริงๆคุณเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน งั้นเรามาดูระบบนำทางแต่ละแบบกันเลย

1)  กล้องสร้างแผนที่จำลอง Mapping Camera

บนตัวเครื่องจะมีกล้องขนาดเล็กเห็นชัดเจน เป็นกล้องที่มีความคมชัดในระดับนึง ในการถ่ายรูปเป็นเฟรมๆ ไป เพื่อนำไปประมวลผลในการวิ่งนำทาง 

โดยกล้องจะเหมือนกับ กล้องบนโทรศัพท์มือถือ หรือ หากราคาถูกมากจะเป็นระบบนับระยะทางที่เดิน คือ เดินไปข้างหน้าไกลขนาดไหนแล้วชนเปลี่ยนทิศไปทิศไหนบ้างแล้วชน เป็นต้น

2)  อินฟราเรดเซ็นเซอร์ Infrared Sensor

การนำทางแบบดั้งเดิม จะใช้เซ็นเซอร์แบบอินฟราเรด ที่ถูกติดตั้งอยู่รอบๆ ตัวเครื่อง ในการยิงสัญญาณออกไปตกกระทบกับวัตถุที่อยู่รอบๆ หาพื้นที่ว่างไปเรื่อยๆ 

หากชนก็จะเด้งกลับมาสำหรับอ่านค่าและ สร้างแผนที่ขึ้น เพื่อที่จะได้ทำให้การเดินแม่นยำขึ้น ซึ่งแบบนี้จะแม่นยำกว่าแบบแรกที่กล่าวไป

3)  เลเซอร์วัดระยะทาง Laser Distance Sensor

ด้านบนของตัวเครื่อง จะมีโดมกลมๆ ใหญ่ๆ อยู่ ข้างในจะเป็นวงกลมที่มีหัวยิงเลเซอร์ ที่หมุนตลอดเวลาสำหรับยิงเลเซอร์ออกมา 

เพื่อให้ตกกระทบกับวัตถุรอบๆ ข้างสำหรับวัดระยะ และสร้างแผนที่จำลองขึ้นสำหรับการทำความสะอาดที่แม่นยำ ซึ่งแบบนี้จะแม่นยำที่สุดในทุกแบบครับ

ถ้าระบบนำทางไม่ดี
แม้จะดูดฝุ่นได้ดีขนาดไหนก็ไร้ผล

5) เลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจาก ราคา

การเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจากราคาแนะนำว่า ถ้าบ้านไม่ใหญ่มากก็ไม่จำเป็นต้องซื้อตัวใหญ่  ซื้อเพียงเครื่องเล็กก็พอแล้ว ขยันย้ายที่ให้มันไปทำความสะอาดได้หลายที่หน่อยก็ถือว่า ลดความเหนื่อยลงไปเยอะมาก  

แม้จะต่างจากรุ่นใหญ่ที่ไม่ต้องเหนื่อยมาย้ายที่ก็ตาม ทั้งนี้ทุกวิธีการเลือกที่คุณเลือกมาต้องดูงบกันด้วย หลายคนอาจจะต่อต้านว่าของดีราคาถูกมีเยอะแยะ

แต่สำหรับเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ ราคากับฟีเจอร์ที่ได้มักจะสัมพันธ์กัน  เช่น

ราคาสูง คุณสมบัติครบ เลเซอร์วัดระยะทาง Laser Distance Sensor

ราคากลางๆ คุณสมบัติพอใช้ได้ อินฟราเรดเซ็นเซอร์ Infrared Sensor

ราคาไม่สูง คุณสมบัติน้อย กล้องสร้างแผนที่จำลอง Mapping Camera

แต่ไม่ได้แปลว่า การซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ราคาแพง จะสามารถทำงานได้ดีเสมอไป เพราะบางครั้งการซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นที่แพงมากๆ  แล้วคุณไม่ได้ต้องการใช้ความสามารถทั้งหมดของมัน ก็เท่ากับต้องเสียเงินมากโดยเปล่าประโยชน์

ปัจจัยอื่นๆที่ส่งผล

ความจุกล่องเก็บฝุ่น
ส่วนมากจะมีขนาด  200 – 800 มิลลิลิตร ยิ่งขนาดใหญ่ก็ยิ่งดี  เพราะนั้นแปลว่าคุณไม่ต้องเสียเวลานำเศษขยะไปเททิ้งบ่อยๆ นั่นเอง

ความดังของเสียง
หากคุณอยู่ในที่ ที่ใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านสามารถเจอเสียงรบกวนได้ง่าย หรือ ต้องการทำความสะอาดตอนหลับ ความดังของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง

ความกว้างของแปรงกวาด
ขนาดความกว้างของแปรงกวาดหลัก ยิ่งกว้างมากก็แปลว่ามีโอกาสสัมผัสฝุ่นบนพื้นได้มากขึ้นนั่นเอง

ความสามารถในการเดินข้ามห้อง
หากหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสามารถวิ่งผ่านพื้นที่ต่างระดับได้ จะทำให้มันสามารถวิ่งข้ามห้อง หรือ ผ่านไปบนพรมและกระเบื้องได้

ติดผ้าไมโครไฟเบอร์
หุ่นยนต์ดูดฝุ่นบางรุ่นสามารถติดผ้าไมโครไฟเบอร์ไปที่ท้ายเครื่องได้  เพื่อให้ทำความสะอาดได้ละเอียดมากขึ้น

สรุป

การเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เหมาะกับคุณที่สุดนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ โดยเรียงลำดับดังนี้ครับ

        ขนาดพื้นที่บ้าน >> ระบบนำทาง >> ฟีเจอร์ต่างๆ >> บริการ และ อุปกรณ์

และส่วนที่สำคัญที่สุด คือ ราคา เพราะคุณต้องคำนึงถึงอยู่ในทุกขั้นตอน หากคุณเลือกจากข้อต่างๆ ตามที่กล่าวมา ผมเชื่อว่าคุณจะได้เจอหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เหมาะสมกับคุณที่สุดครับ

Showroom & Autobot Care 198 โครงการ | ยูเซ็นเตอร์ 1 ห้อง A07-A08 ซอยจุฬา 48 | แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

CONTACT

Call:  02-2152-577

Line: @autobot

Email: autobot.main@gmail.com

Instagram: @autobot_vacuum

Facebook: robotmaker

  • 139
    Shares