“ฝุ่น” ภายในบ้านเป็นอันตรายกับสุนัขหรือไม่ ?

Feb 11, 2019 | Problem

ทุกวันนี้ คุณแน่ใจแล้วหรือยังว่าสัตว์เลี้ยงที่จงรักภักดีอย่าง สุนัข ที่เปรียบเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของเราจะปลอดภัยจากโรคร้ายหรืออันตรายต่างๆ ถ้าคุณคิดว่าการที่นำพวกเขามาเลี้ยงภายในบ้าน พร้อมกับควบคุมไม่ให้พวกเขาออกไปสถานที่อันตราย จะช่วยให้เขาปลอดภัยที่สุดแล้วละก็…

 ผมขอบอกว่าคุณอาจจะคิดผิดครับ  

อันตรายใกล้ตัว “ฝุ่น”

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าอันตรายจากฝุ่น ที่มีหลากหลายชนิด และถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามากๆ สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพ ไม่เฉพาะแต่กับคนอย่างเราๆ แต่มันยังทำให้สุนัขในบ้านของเราป่วยได้อีกด้วยโดยเฉพาะสุนัขที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง

 ซึ่งฝุ่นที่ว่านั้นก็มาจากหลายๆที่มา และเกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ แต่ตัวยอดฮิตที่พบเจอในบ้านมากที่สุดนั้น ก็คงหนีไม่พ้น ไรฝุ่นและฝุ่นที่มาจากวัสดุก่อสร้างต่างๆ เช่น ผนัง หรือ ฝ้า ที่สุนัขสามารถรับเข้าไปได้โดยตรงจากการสูดดมผ่านทางจมูก หรือกลืนลงไป

ปัญหาสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับสุนัขของคุณ

การที่พวกเขาอาศัยอยู่ภายในบ้านที่มีฝุ่น แน่นอนว่าในระยะยาว มันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของสุนัขไม่ต่างจากคนเลย ซึ่งปัญหาสุขภาพหรือโรคร้ายที่เสี่ยงจะเกิดขึ้นหากสูดดมหรือใช้ชีวิตอยู่กับมันเป็นเวลานาน ก็อย่างเช่น

โรคภูมิแพ้ไรฝุ่น (Dust Allergies) : หนึ่งในโรคภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นบ่อยกับทั้งคนและสุนัขก็คือโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น ที่มีขนาดเล็ก ซึ่งอาศัยอยู่ตามสิ่งใกล้ตัวอย่าง เครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือตุ๊กตา และในตัวของไรฝุ่นและมูลของมันนั้น มีโปรตีนชนิดหนึ่งที่สามารถทำปฏิกริยากับสุนัขที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้เกิดการอักเสบของทางเดินหายใจ หรือการอักเสบของผิวหนังได้

ส่วนใหญ่แล้ว การที่สุนัขจะเป็นโรคนี้ สุนัขจะต้องสัมผัสกับไรฝุ่นเป็นประจำ ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายจึงตอบสนองต่อมัน และแสดงออกมาเป็นอาการแพ้ฝุ่น อย่าง จาม หรือ คันตามตัว ซึ่งอาการเหล่านี้เราจะสังเกตุได้ตั้งแต่พวกเขามีช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสายพันธุ์

โรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด (Mesothelioma) : เนื่องจากโครงสร้างร่างกายของสุนัขนั้นมีความคล้ายคลึงกับโครงสร้างของมนุษย์ ถ้าวัสดุก่อสร้างภายในบ้านนั้นมีส่วนผสมของแร่ใยหิน (ซึ่งส่วนใหญ่มี)  และสุนัขหายใจเอาอากาศที่มีฝุ่นละลองที่มีแร่ใยหินปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายเป็นเวลานาน ก็สามารถทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ทำลายเซลล์ในร่างกายไปเรื่อยๆ และนำไปสู่มะเร็งในที่สุด 

โดยมันยังสามารถถูกกระจายไปในอากาศหรือทางช่องลมต่างๆได้ ทำให้เป็นเรื่องยากมากๆที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้หายใจนำมันเข้าสู่ปอด

ถ้าคุณสงสัยว่าสุนัขของคุณอาจจะได้รับฝุ่นละอองที่มีแร่ใยหินปนเปื้อนเข้าไปแล้ว เบื้องต้นให้ลองสังเกตุพวกเขาดูว่ามีอาการหรือไม่ เช่น หายใจลำบาก ปวดในช่องท้อง ไอถี่ๆ หรือ ง่วงนอนบ่อยเกินไป ถ้ามีผมแนะนำให้ลองนำพวกเขาไปปรึกษาสัตวแพทย์ครับ

โดยทั้งสองโรคที่ได้ยกตัวอย่างไปนั้น เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ยังมีอีกหลายโรคที่อาจจะตามมาหากยังไม่รีบแก้ปัญหานี้ และที่สำคัญก็คือทั้งสองสามารถเกิดขึ้นได้กับคนอย่างเราเช่นกัน ถ้าเราหายใจหรือได้สัมผัสกับมันเป็นระยะเวลานาน (คุณสามารถศึกษาเรื่องอันตรายของฝุ่นกับมนุษย์เพิ่มเติมได้ ที่นี่)

พูดได้ว่า ‘ฝุ่น’ นั้นส่งผลเสียกันได้ทั้งครอบครัวเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าคุณยังไม่ได้จัดการกับมัน ทั้งคุณและสุนัขของคุณก็มีความเสี่ยงต่อโรคที่กล่าวไปครับ

เราจะรู้ได้ยังไงว่าฝุ่นเริ่มเป็นอันตรายต่อสุนัข ?

สังเกตุอาการเบื้องต้น

โดยทั่วไปแล้ว เริ่มแรกสุนัขจะมีอาการแพ้ฝุ่นก่อน และแปลว่าพวกเขาได้สัมผัสกับฝุ่นมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว พวกเขาก็แสดงอาการหรือสัญญาณบางอย่างออกมา ซึ่งก็แตกต่างกันออกไปสำหรับสุนัขแต่ละตัว แต่อาการส่วนใหญ่ที่พวกเขามักแสดงออกมาก็จะมี : 

  • เกาไม่หยุด (คันตามตัว หรือคันเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง)
  • เลียตามตัว อุ้งเท้า ใบหน้า และใต้ข้อพับ (มากเกินไป)
  • จาม
  • หายใจลำบาก
  • น้ำตา และน้ำมูกไหล
  • ปัญหาของระบบย่อยอาหาร เช่น ถ่ายเหลว หรือ อาเจียน

หากปล่อยทิ้งไว้เรื่อยๆ การเกาและการเลียอาจจะส่งผลให้พวกเขาขนร่วง มีผิวหนังที่หนาและดำขึ้น

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยอาการแพ้ฝุ่นในคนนั้นเป็นเรื่องที่ยากแล้ว แต่สำหรับสุนัขนั้นยากกว่า !

คุณอาจจะเริ่มต้นสังเกตุจากอาการเบื้องต้นที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ แต่นั่นก็ไม่สามารถฟันธงได้ทันทีว่า สุนัขของคุณจะเป็นโรคอันตรายที่เกี่ยวกับฝุ่น เพราะอาการเหล่านั้นก็อาจจะถูกแสดงขึ้นเมื่อสุนัขของคุณมีปัญหาสุขอื่นๆก็ได้ อย่างเช่น แพ้อาหาร หรือแพ้สารก่อภูมิแพ้อื่นๆ (เช่น เกสรดอกไม้ พืช แมลง) ดังนั้นการนำสุนัขของคุณเข้ารับการตรวจและวินิจฉัยโรคอย่างละเอียดจากสัตวแพทย์ ก่อนที่เริ่มการรักษา จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ

 ตัวช่วยในขั้นตอนการวินิจฉัยที่สำคัญนั้นก็จะเป็นการทดสอบ ที่มีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

การตรวจเลือด (Serum test,Blood test) ทำโดยการหยดซีรัมที่สกัดจากสารก่อภูมิแพ้ต่างๆลงไปบนเลือดตัวอย่างของสุนัข และสังเกตุปฏิกิริยาของเลือดที่ตอบสนองต่อซีรัมนั้นๆ เพื่อดูว่าซีรัมตัวไหนที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้

 หรืออีกวิธีคือ การทดสอบกับผิวหนัง (Intradermal Test) คือการทำให้สุนัขนั้นสงบลง และฉีดยาที่สกัดจากสารก่อภูมิแพ้ที่แตกต่างกันมากกว่า 75 ชนิด เข้าสู่ผิวหนัง และรอ 15-20 นาที ถ้าสุนัขมีอาการแพ้สารชนิดใดผิวหนังก็จะขึ้นรอยแดงหรือผื่น วิธีนี้จะมีราคาสูงกว่าวิธีแรก แต่จะได้ผลที่แม่นยำกว่าครับ

 แต่ก่อนที่คุณจะนำพวกเขาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา ผมแนะนำให้ตอบคำถามเหล่านี้ก่อน เพื่อให้สัตวแพทย์ทำงานง่ายและประหยัดเวลามากขึ้น

 

  • สุนัขเริ่มแสดงอาการแพ้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
  • อาการมักเกิดขึ้นที่ไหน ? (บ้าน,ตอนพาไปเดินข้างนอก)
  • อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเฉพาะตามฤดูกาลหรือไม่ ? (เช่น พวกเขาจาม ช่วงหน้าฝนอย่างเดียวหรือไม่)
  • อาการเหล่านี้ ‘ดีขึ้น’ หรือไม่หลังจากทำความสะอาดและดูดฝุ่น ?
  • เมื่อพาพวกเขาไปเดินข้างนอก พวกเขารู้สึกดีขึ้นไหม ?
  • เป็นไปได้หรือไม่ ที่พวกเขาจะแพ้อาหารบางประเภท ?

การรักษาเมื่อสุนัขเริ่มต้นแพ้ฝุ่น

หลังจากสัตวแพทย์ได้วินิจฉัยออกมาแล้วว่าสุนัขของคุณ นั้นเป็นภูมิแพ้ฝุ่น เนื่องจากได้สัมผัสกับมันมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แพทย์อาจจะแนะนำให้ใช้ยาเพื่อช่วยจัดการกับอาการควบคู่ไปกับการรักษา (เช่น ยาลดอาการคัน หรือ ยาลดน้ำมูก) โดยแต่ละประเภทของยาก็จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการของเจ้าสุนัข เพราะยาบางประเภทอาจจะอันตรายและจำเป็นต้องใช้ในกรณีที่อาการรุนแรงจริงๆ

และยาที่ส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อรักษาอาการ ก็อย่างเช่น antihistamines (ยาแก้อาการภูมิแพ้) , corticosteroids (แก้อาการอักเสบของผิวหนัง) , immunotherapy shots (ยาเพิ่มภูมิคุ้มกัน) หรือถ้าเป็นกรณีที่ไม่รุนแรงมาก และแพทย์อาจจะแค่ให้ cortisone gel (เจลลดลดอาการคัน) กับเจ้าสุนัขเท่านั้น

นอกจากนี้ แผลหรือความเสียหายของผิวที่เกิดจากการเกา หรือการกัดผิวหนังตัวเอง ก็ต้องได้รับการรักษาเช่นกัน โดยทั่วไป ก้สามารถรักษาได้ด้วย แชมพูสำหรับผิวหนังแพ้ง่าย และ ยาสำหรับแก้ผื่นบนผิวหนัง

7 เทคนิคที่จะช่วยสุนัขของคุณให้ห่างไกลจากอันตรายของฝุ่น เมื่อสุนัขเริ่มต้นแพ้ฝุ่น

เมื่อสุนัขของคุณเป็นโรคภูมิแพ้ฝุ่นแล้ว เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่พวกเขาจะหายขาดจากโรคนี้ และการรักษานั้นก็อาจจะเพียงแค่ทำให้อาการนั้นดีขึ้นเท่านั้น ดังนั้นแน่นอนว่า การรู้วิธีการป้องกันและการลดฝุ่นภายในบ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคุณคงไม่อยากให้ พวกเขาเป็นก่อน แล้วค่อยพาไปรักษาจริงไหม ?

1) นำผ้าไประบายอากาศออก 

 หนึ่งในวิธีกำจัดฝุ่น และ ไรฝุ่น นั้นคือการเครื่องนุ่งห่มหรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีวัสดุหลักคือผ้าออกไปตากแดด ประมาณ 12 ชั่วโมง หลังจากนั้น ก็นำมาดูดฝุ่นและทำความสะอาดอีกทีนึง

2) ดูดฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ  

เนื่องจากมันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอันตราย เราควรดูดฝุ่นเป็นประจำเพื่อกำจัดฝุ่น ไรฝุ่น รวมไปถึง เซลล์ผิวหนังจากคนหรือสัตว์ที่หลุดลอก ซึ่งถือว่าเป็นอาหารจานโปรดของตัวไรฝุ่นเลยก็ว่าได้

โดยสิ่งจำเป็นที่คุณต้องมีก็คือเครื่องดูดฝุ่น หรือหุ่นยนต์ดูดฝุ่น อย่างของ AUTOBOT ที่สามารถทำความสะอาดฝุ่นได้อย่างครบวงจร ด้วยการ กวาดพื้น ถูพื้น และดูดฝุ่น ได้ในเครื่องเดียว ทั้งนี้คุณสามารถเลือกซื้อได้จากขนาดพื้นที่ของที่อยู่อาศัยคุณ เพื่อการดูแลความสะอาดที่ทั่วถึง

สิ่งสำคัญในเคล็ดลับนี้คือเราควรทำมันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยที่สุดคือสัปดาห์ละครั้ง

3) อาบน้ำให้เจ้าสุนัขเป็นประจำ 

สารก่อภูมิแพ้อย่างไรฝุ่นนั้นสามารถซึบซับเข้าทางผิวหนังของสุนัขได้ และฝุ่นทั่วไปก็สามารถเกาะที่ขนของพวกเขาได้เช่นกัน ดังนั้นการอาบน้ำให้พวกเขาเป็นประจำจึงสามารถป้องกันและยับยั้งสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นได้

แต่ก็ควรระวังไม่อาบน้ำให้พวกเขาบ่อยจนเกินไป เพราะมันจะทำให้ผิวหนังของพวกเขาแห้ง และอาจจะทำให้คันและเกิดโรคอื่นๆได้

4) เปลี่ยนพรมและเบาะบ่อยๆ  

ไรฝุ่นนั้นชอบสถานที่ที่มีความอุ่นและความชื้น เช่น เส้นใยของพรมและเบาะ การทำความสะอาดและเปลี่ยนพวกมันบ่อยจะช่วยลดไรฝุ่น แต่ถ้าจะให้ดีคุณควรเปลี่ยนพรมหรือเบาะเหล่านั้นเป็นวัสดุอื่นที่มีไม่ได้ใช้เส้นใยผ้าเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น ไวนิล หรือ หนัง

5) ซักเครื่องนุ่งห่มด้วยน้ำหรือไอน้ำร้อนเป็นประจำ  

ไรฝุ่นสามารถเติบโตบนเครื่องนุ่งห่มหรือที่นอนได้ไม่ต่างจากพรมและเบาะ ดังนั้นการซักที่นอนของเจ้าสุนัขด้วยด้วยน้ำหรือไอน้ำที่มีความร้อนสูงจะสามารถฆ่าพวกไรฝุ่นได้ โดยควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

6) เก็บกวาดเศษวัสดุก่อสร้างที่เสื่อมสภาพ  

อย่างที่ได้อธิบายไปว่าฝุ่นใยหินนั้นเป็นอันตรายมากแค่ไหนต่อสุขภาพของเราและสุนัข เราจึงควรหมั่นดูแลความสะอาดพื้นที่และเก็บกวาดวัสดุอุปกรณ์ต่างๆภายในบ้าน โดยการเก็บเศษวัสดุก่อสร้างเหลือทิ้งหรือที่เสื่อมสภาพใส่ถุงพลาสติก กระสอบ ถุงปุ๋ย หรือถังที่มีความแข็งแรง และปิดฉลากเตือนอันตราย (วัสดุอันตรายประเภทที่ 9) ก่อนที่จะนำไปทิ้ง

 7) ใช้ผ้าคลุมป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น  

เจ้าสุนัขนั้นอาจใช้เวลาส่วนใหญ่บนที่นอนของพวกมัน ดังนั้นการใช้ผ้าคลุมป้องกันฝุ่นหรือไรฝุ่นนั้นอาจจะจำเป็น เพื่อให้ที่นอนของสุนัขนั้นปลอดภัยจากฝุ่นมากที่สุด

 ในกรณีที่สุนัขของคุณเริ่มเป็นภูมิแพ้ฝุ่นแล้ว 7 ขั้นตอนเหล่านี้อาจจะไม่สามารถช่วยให้อาการของพวกเขาดีขึ้นได้ทันที สุนัขบางตัวใช้เวลาเป็นเดือนเพื่อลดอาการบางอาการเพียงอย่างเดียว เช่น อาการคัน หากคุณมีข้อสงสัยเรื่องอาการของพวกเขา คุณควรปรึกษากับสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพราะคุณจะได้คำตอบที่ดีที่สุด

แต่สิ่งสำคัญที่อยากให้ตระหนักก็คือ..

บทความนี้อยากให้คุณได้ตระหนักถึง อันตรายจากฝุ่นที่ส่งผลเสียต่อทุกๆสมาชิกในครอบครัว ที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน และสำหรับสุนัขนั้น ถ้าพวกเขาเริ่มต้นเป็นภูมิแพ้ฝุ่นแล้ว มันยากมากที่จะรักษาพวกเขาให้หายขาด เพราะการใช้ยาหรือการบำบัดต่างๆจะช่วยเพียงแค่บรรเทาอาการของพวกเขาเท่านั้น ถ้าคุณยังไม่เริ่มต้นที่จะดูแลและจัดการกับปัญหา ฝุ่น ที่เป็นสารก่อภูมิแพ้และมีความอันตรายต่อสมาชิกในบ้าน อาการของเจ้าสุนัขก็จะยังเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆถ้าหยุดใช้ยาครับ

ดังนั้นผมอยากฝากไว้ว่า ปัญหาฝุ่นภายในบ้าน เป็นปัญหาที่ไม่ควรละเลยครับ

 ขอบคุณครับ

Showroom & Autobot Care 198 โครงการ | ยูเซ็นเตอร์ 1 ห้อง A07-A08 ซอยจุฬา 48 | แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

CONTACT

Call:  02-2152-577

Line: @autobot

Email: autobot.main@gmail.com

Instagram: @autobot_vacuum

Facebook: robotmaker