หุ่นยนต์ดูดฝุ่นดีกว่าเครื่องดูดฝุ่นจริงหรือ ?

Nov 20, 2018 | Robot Vacuum

ปัญหาที่หลายคนต้องการคำตอบ ว่า เครื่องดูดฝุ่นธรรมดา หรือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นกันแน่ ที่เหมาะสมตรงใจกับการใช้งานของเรา แล้วหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมันดีจริงมั้ย?   จะทำความสะอาดสู้คนได้รึเปล่า? 

ส่วนเรื่องราคาน่ะหรอ ไม่ต้องพูดถึง… บางรุ่น…แพงจนหูคุณอาจจะฉีกได้!!
แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆหนะหรอ ? ว่ากันด้วยเรื่องแรก

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นกินไฟจริงไหม?

หากเทียบกันระหว่าง เครื่องดูดฝุ่นแบบธรรมดา กำลังไฟฟ้าที่ใช้อยู่ที่ประมาณ 625 – 1,000 วัตต์/ชั่วโมง หรือบางเครื่องที่กำลังไฟมากหน่อย อาจจะใช้ถึง 1,500 – 2,000 วัตต์/ชั่วโมง โดยถ้าเทียบเป็นหน่วยไฟบ้าน

1,000 วัตต์ = 1 หน่วย หรือ 1 ยูนิตนั่นเอง

( สามารถดูอัตราค่าบริการของการไฟฟ้านครหลวงได้ที่ลิงก์นี้นะครับ )

เปรียบเทียบกัน

เครื่องดูดฝุ่น

เครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็ก
ใช้งาน 1 ชั่วโมง =  1 ยูนิต = 4 บาท

แต่ถ้าคุณใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง และใช้เครื่องดูดฝุ่นที่กำลัง 2,000 วัตต์ ก็จะใช้ไฟฟ้าไปถึง 4 ยูนิต      

     

เครื่องดูดฝุ่นขนาดใหญ่
ใช้งาน 2 ชั่วโมง = 4 ยูนิต = 16 บาท

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นขนาดเล็ก
ทำงาน 1 ชั่วโมง
จะใช้ไฟเพียง  0.25 ยูนิต = 1 บาท

ส่วนเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นใช้ไฟฟ้าที่สะสมไว้ในตัว 800-2,000 mah/รอบ หรือประมาณ 60 – 90 นาที ซึ่งอาจพูดได้ว่าแบตเตอรี่มีขนาดเล็กกว่า Power Bank ซะอีก และการทำงานโดยเฉลี่ยของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น จะใช้ไฟเพียง 250 – 650 วัตต์/ชั่วโมง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นขนาดใหญ่
ทำงาน 1 ชั่วโมง
จะใช้ไฟ 1 ยูนิต = 4 บาท เท่านั้นเอง !

จากการคำนวณค่าไฟเบื้องต้น จะเห็นได้ว่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่นไม่ได้กินไฟอย่างที่คิด นอกจากที่คุณไม่ต้องมาเหนื่อยทำความสะอาดบ้านเองแล้ว ยังประหยัดค่าไฟกว่าเห็นๆ  สำหรับเรื่องนี้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นชนะใสๆครับ

พูดได้ว่าใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น วันละ 2 ครั้ง ทั้งเดือนก็เพียงแค่ 60 บาท เท่านั้น

แบบไหนเสียงดังกว่ากันนะ ?

Noise Level  (ระดับความดังของเสียง)

คือระดับความดังของเสียงขณะที่ เครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น กำลังทำงาน หน่วยวัดเป็นเดซิเบล (dB) ซึ่งระดับความดังมาตรฐาน ในแต่ละระดับของ

  1.          ระดับเสียง 20 dB คือ เสียงใบไม้เคลื่อนไหวในสายลม
  2.          ระดับเสียง 30 dB คือ พูดแบบกระซิบกระซาบ
  3.          ระดับเสียง 40 dB คือ เขตชุมชนที่อยู่อาศัยที่อยู่กันอย่างสงบ
  4.          ระดับเสียง 50 dB คือ เสียงคอมเพรสเซอร์นอกอาคาร ของ เครื่องปรับอากาศ
  5.          ระดับเสียง 60 dB คือ ระดับเสียงการสนทนากันแบบปกติ
  6.          ระดับเสียง 62- 76 dB คือ เสียงหุ่นยนต์ดูดฝุ่น( Vacuum Cleaner ) ทั่วๆ ไป
  7.          ระดับเสียง 80-87 dB คือ เครื่องดูดฝุ่นธรรมดา
  8.          ระดับเสียง 90 dB คือ เสียงสุนัขเห่า

ความดังโดยเฉลี่ยของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั้น เบากว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อตัวเราเองและเพื่อนบ้านรอบข้าง ยิ่งเป็นที่อยู่อาศัยที่ติดๆกัน ไม่ว่าจะบ้าน หรือ คอนโด รับรองว่าไม่มีปัญหาเพื่อนบ้านมาร้องเรียนแน่นอนครับ

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำความสะอาด

ได้ดีกว่าเครื่องดูดฝุ่นธรรมดาจริงหรือ ?

ในปัจจุบัน เครื่องดูดฝุ่นมีหลากหลายประเภทมาก ซึ่งแต่ละประเภทก็เหมาะกับการใช้งานต่างกัน ดังนี้ครับ

  • เครื่องดูดฝุ่นน้ำ ใช้ดูดได้ทั้งพื้นแห้งและพื้นเปียก
  • เครื่องดูดฝุ่นแห้ง ใช้ได้กับพื้นผิวทั่วไป โดยเฉพาะพื้นแข็งอย่างกระเบื้อง ปูน ไม้ รวมถึงพื้นพรมก็ใช้ได้
  • เครื่องดูดฝุ่นสะพายหลัง ใช้กับพื้นที่แคบ ที่ต้องการความคล่องตัว หรือ ซอกเล็กๆ เช่น มุมเพดาน ใต้บันได
  • เครื่องดูดฝุ่นตะกรุยพรม ใช้เฉพาะกับพรม เพื่อดูดสิ่งสกปรกต่างๆที่อยู่ใต้พรมออกมา
  • เครื่องดูดฝุ่นแบบหุ่นยนต์ เน้นความสะดวกสบาย เหมาะกับคนเวลาน้อย ตั้งค่าต่างๆ ได้เอง

จะเห็นได้ว่าความหลากหลายของเครื่องดูดฝุ่นนี้ชนะในเรื่องการทำความสะอาดแบบเฉพาะจุด  ซึ่งหุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้องยอมแพ้แต่โดนดี

แต่ถ้าเป็นเรื่องการทำความสะอาดพื้น ถือว่าสูสีเบียดกันเข้าเส้นชัยเลยครับ เพราะคุณสมบัติของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั้น มีแรงดูดอันทรงพลังจึงสามารถกำจัดเส้นผมหรือขนสัตว์เลี้ยงได้อย่างราบคาบ หมดปัญหาเส้นผมต่างๆติดแปรง แล้วต้องมาเสียเวลานั่งแกะกันให้ยุ่งยาก ส่วนถ้าเป็นเศษขยะชิ้นใหญ่ ก็จะใช้ฟังก์ชันแปรงปัดเข้าสู่กล่องเก็บขยะครับ

และในเมื่อชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะ เราจะสั่งการให้มันทำงานเวลาไหนก็ย่อมได้ โดยใช้ฟังก์ชันตั้งเวลาทำความสะอาดก่อนออกจากบ้าน กลับบ้านมาบ้านสะอาดใสปิ๊งเหมือนได้บ้านหลังใหม่ รับรองได้ว่าคุณภาพไม่เหมือนเรากวาดบ้านเองแน่นอน เพราะเวลาเรากวาดบ้านเองเศษผง เศษฝุ่น ก็จะปลิวลอยอยู่ในอากาศและจะตกลงสู่พื้นอยู่ดี หรือไม่ก็ตกค้างอยู่ตามซอกตามมุมบ้าน แล้วแบบนี้เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า บ้านจะสะอาดไร้ฝุ่น 100%

แต่หากคุณใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น มันไม่ใช่การปัดกวาดฝุ่นเหล่านั้นไปที่อื่น แต่เป็นการดูดเอาเศษฝุ่นเศษขยะต่างๆเข้าภายในตัวเครื่อง และถ้ายิ่งเป็นรุ่นที่มีพลังของแรงดูดมากๆด้วยแล้ว โอกาสที่ฝุ่นจะปลิวไปที่อื่นหรือเล็ดลอดออกไปแทบจะเป็นศูนย์เลยทีเดียว

เปรียบเทียบกัน

เครื่องดูดฝุ่น

ความสะอาดเฉพาะจุด

ทำได้ทุกพื้นที่ มีให้เลือกหลายรุ่น

พลังแรงดูด 

ใกล้เคียงกัน

ความสะดวกสบาย

ทำงานด้วยตัวคุณเอง

การกำจัดขนติดแปรง

กำจัดด้วยตัวเอง

 

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

ความสะอาดเฉพาะจุด

เฉพาะพื้นที่ราบเท่านั้น

พลังแรงดูด 

ใกล้เคียงกัน

ความสะดวกสบาย

หุ่นยนต์ทำงานให้

การกำจัดขนติดแปรง

ดูดเข้าไปในกล่องขยะ ไม่ติดแปรง

 

นอกจากนี้จุดเด่นที่น่าสนใจอีกข้อของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น คือ บางรุ่นสามารถติดตั้งแทงค์น้ำและผ้า เพื่อทำความสะอาดได้ด้วย เรียกได้ว่า ดูดฝุ่นเสร็จก็ถูต่อได้เลยครับ

แล้วถ้าเป็นพื้นไม้ล่ะ?  ไม่ต้องกังวลครับ เจ้าตัวนี้ถูกออกแบบมาให้ปล่อยน้ำบนผ้าในความหมาดที่เหมาะสม อีกทั้งยังสามารถใช้ร่วมกับน้ำยาทำความสะอาดได้ด้วย เพราะฉะนั้นหมดห่วงว่าพื้นไม้จะเสียครับ

ข้อเสียหละ ไม่มีบ้างหรอ?

แน่นอนว่าต้องมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย

  1. มันยังแอบโง่อยู่นิดๆ ชอบติดสายไฟ ต้องเก็บสายไฟให้มันก่อนเปิดเครื่องทำความสะอาด และอาจจะติดอยู่ตามตู้ที่มีขนาดต่ำมากๆ
  2. แพ้พรมหรือผ้าเช็ดเท้าที่ขนยาว
  3. ยังไม่สามารถทำความสะอาดได้ทั่วทั้งพื้นที่ 100% ถึงแม้บางรุ่นจะมีระบบ Mapping System แล้วก็ตาม
  4. ราคาสูงเมื่อเทียบกับเครื่องดูดฝุ่นแบบเก่า

นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งที่คนที่ไม่เคยใช้มักจะกังวลกันเสมอก่อนที่จะซื้อ  ว่ามันคุ้มแล้วหรอที่จะเปลี่ยน ราคาค่อนข้างสูงเลยนะ แต่ถ้าหากเป็นเรื่องของความคุ้มรับรองได้เลยว่า  มันคุ้มมากๆแน่นอน

คุ้มที่ไม่ต้องมาเหนื่อยทำความสะอาดเองหลังเลิกงาน, คุ้มที่ไม่ต้องมาเสียเวลา, คุ้มที่ค่าไฟถูกกว่า, คุ้มที่ประหยัดพื้นที่กว่า ไม่จำเป็นต้องถอดประกอบเหมือนเครื่องดูดฝุ่นทั่วไป และไม่ต้องหาที่เก็บให้วุ่นวาย เพราะถ้าคุณอยู่คอนโดที่มีขนาดห้องที่กำจัด  การหาพื้นที่เก็บเครื่องดูดฝุ่นนี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กเลย หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจึงเหมาะมาก เพราะกินพื้นที่แค่กระเบื้องไม่กี่แผ่นเท่านั้นเอง

มีอุปกรณ์ต้องเปลี่ยนทุกปี?

เครื่องดูดฝุ่น

ไส้กรองฝุ่น 100 – 600 บาท

600 บาท/ปี

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น

แผ่นกรองฝุ่น 150 บาท + แบตเตอรี่ 500 บาท

650 บาท/ปี

มองผิวเผินจะเห็นเลยว่า ราคาฝั่งเครื่องดูดฝุ่นธรรมดา เริ่มต้นที่ 100 บาท ต่อปี ถูกกว่าเห็นๆ แต่ถ้าเราวิเคราะห์กันดีๆแล้วจะเห็นจุดที่ต้องคิดก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้ช่วยของคุณ 2 จุด คือ

1)  เครื่องดูดฝุ่นบางแบรนด์ที่ไส้กรองฝุ่นราคาแพงถึง 600 บาท ก็แทบจะไม่ต่างจากราคาไส้กรองของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเลย

2) ต้องคำนวณว่า ค่าไฟที่ประหยัดไปได้ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น แต่ต้องมาจ่ายค่าแบตเตอรี่ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ต้องเปลี่ยนทุกปีแทนนั้น คุ้มกันหรือไม่

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำความสะอาดได้ตรงจุดขนาดไหน ?

– มีระบบเซ็นเซอร์ ไม่ต้องกลัวตกบันได ( ส่วนมากจะมีประกันรับรองในกรณีตกมาเสียหาย )

– สามารถทำความสะอาดข้ามห้องได้

– จดจำพื้นที่ได้แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนการวางของ หรือ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง

– ตั้งวันเวลาที่อยากให้ทำความสะอาดล่วงหน้า ในกรณีที่ไม่อยู่บ้าน

– สร้างกำแพงจำลองบน Application ขึ้นมาสำหรับพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้เข้าไปทำความสะอาด

– บ้างรุ่นทำความสะอาดได้กว้างถึง. 250 ตร.ม.

ใช้งานได้กับแทบจะทุกพื้นผิว เช่น พื้นไม้, กระเบื้อง, พื้นกระเบื้องยาง, พื้นหินอ่อน,พรมขนสั้น ฯลฯ

แม้หลายต่อหลายคนจะบอกว่ามันดีจริงๆ แต่ก็ยังมีคนเจอประสบการณ์แย่ๆเกี่ยวกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอยู่  ซึ่งเป็นเพราะอะไรนะเหรอ มันก็ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยมาประกอบกัน ทั้ง ราคา คุณภาพ ความสามารถ ระบบเซ็นเซอร์ จะให้พูดกันง่ายๆก็คือ

ความสามารถเพียบ + คุณภาพสูง = ทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุด (ราคาสูง)

ความสามารถกลางๆ + คุณภาพดี = ทำงานได้ดี (ราคากลางๆ)

ความสามารถน้อย + คุณภาพต่ำ = ทำงานได้เฉพาะจุด (ราคาถูก)

หากคุณคาดหวังอยากได้ของคุณภาพดี แต่มีงบประมาณจำกัด ก็ต้องดูให้ความสามารถและคุณภาพให้เหมาะกับพื้นที่ ที่ต้องการใช้ครับ
(หาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เหมาะกับขนาดพื้นที่ของคุณที่นี่)

สรุป

สุดท้ายนี้ คนที่อ่านมาถึงตรงนี้คงได้รู้แล้วว่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น มีความคุ้มค่าและฉลาดขนาดไหน ซึ่งเหมาะมากสำหรับ

แม่บ้าน พ่อบ้าน       ที่มีงานบ้านต้องทำมากมาย

คนที่ไม่มีเวลามาทำความสะอาด      ต้องทำงานตลอดทั้งวัน

พักอยู่ คอนโด  บ้าน       หรือ ที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัด

คนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ      จะเดินทางกี่วันกลับมาบ้านก็สะอาด

คนที่เลี้ยงสัตว์ที่มีขน      เพราะขนของสัตว์เลี้ยงที่ร่วงตลอดทั้งวัน

ส่วนความฉลาดอื่นๆในแต่ละรุ่นคงต้องไปศึกษาเอาตามข้อมูลที่สนใจ แต่ก็คงหนีไม่พ้น ความฉลาดในการวิ่งทำความสะอาดทั้งแบบดูดฝุ่นและถูพื้น, ระบบนำทาง, ความเงียบของเสียง, แรงดูดที่หนักหน่วงขึ้น, การทำงานต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้น, พื้นที่ในการทำความสะอาดกว้างขึ้น หรือแม้แต่ความไวในการชาร์จแบตเตอรี่

ซึ่งผู้เขียนหวังว่าข้อมูลที่ให้ไปคงเป็นประโยชน์ไม่น้อย ในการเลือกซื้อหรือตัดสินใจเป็น เจ้าของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น สักตัวนึง ที่เหมาะสมกับงบประมาณและการใช้งานของคุณ เพื่อให้คุณได้พักผ่อนจากการทำงานได้อย่างเต็มที่นะครับ

Showroom & Autobot Care 198 โครงการ | ยูเซ็นเตอร์ 1 ห้อง A07-A08 ซอยจุฬา 48 | แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

CONTACT

Call:  02-2152-577

Line: @autobot

Email: autobot.main@gmail.com

Instagram: @autobot_vacuum

Facebook: robotmaker

  • 135
    Shares